หน้าแรก

วันศุกร์ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2560

เสนอหน้ามาประจบ


เสนอหน้ามาประจบ
.
ตั้งขบวนควรค่า “แสนยานุภาพ”
เข้าขนาบแนบไว้ดั่งใจประสงค์
อารักขาหน้าหันอย่างมั่นคง
พิทักษ์องค์อ้ายท้าวยามก้าวเดิน
.
ช่างชะเลียเสียจริงทุกสิ่งเห็น
เมืองร้อนเย็นย่ำยกระหกระเหิน
น้ำหลากล้นคนช้ำยังทำเมิน
รอสรรเสริญแซ่ซ้องฉลองนาย
.
ไม่น่าดูรู้เคืองคนเมืองสกล
ไม่น่ายลยอมยันให้มันหาย
ไม่น่าเห็นเป็นคนหมองหม่นกาย
ไม่น่าตายตอนจบบัดซบจริง
.
เป็น ป ภ. หนออาย ว่าชายชาติ
พวกเขลาขลาดคุยฟุ้งไม่สุงสิง
ไม่สมชื่อลือค่าพวกหน้าลิง
มันแย่ยิ่งยามพบประจบใคร
.

เล่นมนต์รัก


เล่นมนต์รัก
.
บอกรักหวานผ่านกลอนอักษรสวย
ร้อยเรียงด้วยดวงจิตพิสมัย
บรรยายคำพร่ำหาแสนอาลัย
เปิดปัจจัยจากถวิลให้ยินยล
.
บทกวีนี้ร่ำรำพันเพ้อ
ดั่งละเมอเมาถ้อยกว่าร้อยหน
บทกวีนี้เล่าคล้ายเป่ามนต์
เสกให้ตนตามนางไม่ห่างกาย
.
ด้วยหลงมนต์ตนเองมาเร่งเร้า
มนต์ที่เป่าเปลี่ยนทางที่วางหมาย
กลับย้อนคืนตื่นเต้นไม่เว้นวาย
มนต์เป็นสายสื่อสั่งให้ฟังนวล
.
ให้รักเขา เขาสั่งต้องนั่งน้อม
ให้เพียบพร้อมเพื่อนางอย่าห่างหวน
ให้ซื่อตรงคงเคยชื่นเชยชวน
ให้ครบถ้วนถ้อยทีวจีงาม
.
มนต์ที่เสกเลขล้วนคงทวนทบ
ถึงบทจบจึงป้อนมาย้อนถาม
เสกให้รักปักใจกลับไหลลาม
ตรงกันข้ามคือเรารักเขาจัง
.
เล่นมนตราพารวนรักสวนกลับ
เลยเล่นรับร้อยเรียงด้วยเสียงสั่ง
ร่ายอักษรกลอนกวินให้ยินฟัง
เอ่ยเสียงดังด้วยว่า..เธอน่ารัก๚ะ๛
บ้านริมโขง


รักยิ่ง "แม่" หญิงไทย


รักยิ่ง “แม่” หญิงไทย
.
จะกี่คำนำถ้อยมาร้อยพร่ำ
จะชื่นฉ่ำเฉก “แม่” เมื่อแลหา
จะซึ้งซ่านนานโดยไม่โรยรา
จะล้ำค่าควรลูกผู้ผูกจินต์
.
คำเรียก “แม่” แลเด่นคนเช่นลูก
ผู้ปั้นปลูกเปี่ยมปองทุกท้องถิ่น
เรียกจากใจใช่กายเพียงร่ายริน
ตราบฟ้าดินด้วย “แม่” ไม่แปรเปรย
.
มีคำใหม่ไหนมีเป็นศรีสวัสดิ์
เท่าบัญญัติยึดนานที่ขานเอ่ย
คือทุกอย่างสร้างเสริมที่เติมเกย
ล้วน “แม่” เคยคอยสานทุกด่านเดิน
.
คำ “รักแม่” แต่สั้นสำคัญนัก
ไม่เคยผลักเพื่อจัดให้ขัดเขิน
คำ “รักแม่” แน่นอนเป็นก้อนเกิน
จะผิวเผินเพียงเพ้อละเมอนำ
.
“คิดถึง” แม่แม้จาก แม้พรากแล้ว
เสียงยังแจ้วแววขานยังหวานฉ่ำ
เสียงห่วงหาอาทรยังย้อนจำ
ถ้อยเนิบย้ำยังซ่านยามคร้านฟัง
.
คือหญิงแท้ “แม่” เราต้องเฝ้าฝัน
รำลึกมั่นมากมนต์เกินล้นหลั่ง
ผู้เกิดเกล้าเรากล้าให้ฟ้าฟัง
ว่าลูกยัง “รัก” ยิ่ง แม่หญิงไทย๚ะ๛
☆☆☆
บ้านริมโขง



ชอบชูเป็นผู้ดี


ชอบชูเป็นผู้ดี
.
สู้ทำมาหากินถวิลใฝ่
สู้แก้ไขขับขานมานานเนื่อง
สู้บากบั่นหมั่นหาไม่คาเคือง
สู้ทุกเรื่องเลวร้ายแม้วายปราณ
.
ยังไม่พ้นหม่นหมองเสียงร้องร่ำ
ยังเจ็บช้ำชั่วชังคนตั้งฐาน
ยังยินค่าสาไถยคนใจมาร
ยังหน้าด้านด้วยดูเป็นผู้ดี
.
พูดแก้ตัวหัวหดรันทดศักดิ์
พูดแล้วผลักพ้นผิดตัวคิดหนี
พูดเหมือนเลี่ยงเสียงด่าประดามี
พูดทุกทีทางออกกลิ้งกลอกคน
.
ผิดไม่รับ รับชอบเป็นขอบขด
ผิดเปลื้องปลดปล่อยเลยไม่เคยสน
ผิดใครอื่นขื่นขมระทมทน
ผิดของตนตดเหม็นไม่เป็นไร
.
มีสันดานขานขับคอยรับยศ
มีแบบบทบันเทิงรื่นเริงไฉน
มีลิ้นเลียเคลียขาไม่ว่าใคร
มีจัญไรรายรอบเป็นครอบครัว
.
คือบางคนล้นรักในศักดิ์ศรี
คือมากมีมวลหมู่เป็นคู่ขั้ว
คือเป็นกลุ่มสุมกินเลียลิ้นรัว
คือพวกชั่วชอบชูเป็นผู้ดี๚ะ๛
☆ ☆ 
บ้านริมโขง


ไม่หยุดก่อนสุดทาง


ไม่หยุดก่อนสุดทาง
.
เมื่อวางเท้าเข้าแนวเป็นแถวท่อง
เมื่อจำต้องตรึงท่าชลาไหล
เมื่อชีวิตติดตนเวียนวนไป
ต้องตามให้เห็นหมายที่ปลายทาง
.
เหมือนเราเริ่มเติมที่เข็มชีวิต
ทุกก้าวติดตามต่อเริ่มก่อสร้าง
จากเด็กน้อยค่อยเปลี่ยนหมุนเวียนวาง
จนทุกอย่างหยุดยินเมื่อสิ้นลม
.
ก้าวที่วางทางยาวกี่ก้าวย่ำ
กี่เวรกรรมก่อจินต์จนสิ้นสม
กี่ปัญหามาแทงกี่แรงคม
กี่ร้อยล้มลื่นพลาดไม่อาจท้อ
.
ต้องคว้าไขว่ใดห่างต้องสร้างเสริม
ต้องต่อเติมต้นเต้าไม่เฝ้าฝ่อ
ต้องมุ่งมั่นปันเสียงให้เพียงพอ
ชีวิตหนอเหนี่ยวน้าวถึงราวฟ้า
.
มุ่งมั่นมีมากมวลเป็นส่วนสม
ทุกสังคมคนใครล้วนใฝ่หา
ต้องยื้อยุดสุดแขนใช่แขวนคา
ต้องก้าวขาข้ามเขินถึงเกินกรรม
.
เมื่อชีวิตติดดินไม่สิ้นดับ
ต้องคว้าจับจนสุดไม่หยุดย่ำ
ถ่อให้ถึงหนึ่งปลายมีสายนำ
จะชอกช้ำ ชื่น ซึ้ง ต้องถึงปลาย๚ะ๛
บ้านริมโขง
.

เหนือแสวงคือแสงงาม


เหนือแสวงคือแสงงาม
.
แสงส่งสื่อลือลั่นอนันต์ผล
แสงเบื้องบนบ้างเบิกเป็นฤกษ์เสริม
แสงเลิศลักษณ์ชักพาศรัทธาเติม

แสงสีเพิ่มพร้อมพร่ำด้วยคำวอน
.
ขาดแสงสีปรีดิ์ดาก็ลาจาก
ขาดแสงฝากใฝ่ฝันก็พลันหลอน
ขาดแสงสูรคูณค้ำก็จำจร
ขาดบางตอนต้องเศร้าแสงเมามัว
.
ชีวิตคนบนถวิลถ้าสิ้นแสง
ดังอ่อนแรงโรครุมเข้าสุมขั้ว
ชีวิตใครไร้ทางทุกอย่างกลัว
เหลือเพียงตัวแตกสิ้นดวงวิญญาณ
.
มีดวงใจใสแสงแลแกร่งกล้า
ส่องมรรคาคงมั่นเป็นสัณฐาน
โลกยั่งยืนตื่นหลับยังนับกาล
ด้วยดวงมานมุ่งมั่นไม่ผันแปร
.
สูรส่งสื่อคือแสงสำแดงหลัก
มิผ่อนพักเพียงแผ่วด้วยแน่วแน่
หากสูรสิ้นถิ่นใดมีใครแล
ชีวิตแม้มีฝัน ก็บรรลัย
.
มีชีวาพาจิตเพ่งพิศหรู
หากยังอยู่อย่างขลาดต้องหวาดไหว
มีชีวิตติดแน่นเป็นแก่นใจ
เหนืออื่นใดด้วยแสงแสวงทาง๚ะ๛

☆☆☆
บ้านริมโขง


วันเสาร์ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2560

กาลเวลาที่พาเปลี่ยน


กาลเวลาที่พาเปลี่ยน
.
ด้วยเวลาพาผลทุกคนเปลี่ยน
ต่างว่ายเวียนวุ่นวนสับสนป่วน
ต่างเคลื่อนคล้อยลอยลามไปตามควร
เปลี่ยนทุกส่วนสู่แสวงของแรงกรรม
.
อารมณ์อ้างวางตามในยามอยาก
คล้อยเคลื่อนจากจุดเก่าที่เราย่ำ
เลยเรื่อยไหลในบทของรสคำ
ที่ตามย้ำยอกย้อนให้อ่อนเอียง
.
หามีใครไหนแน่นเป็นแท่นหิน
ไม่โผผินผกผันรำพันเสียง
จะมีใจใครมั่นไม่หันเคียง
ตัดหลีกเลี่ยงหลบห่างสมอย่างใจ
.
จะโทษมวลส่วนกรรมที่ล้ำเส้น
ก็หาเช่นชมชอบตกกรอบไหน
จะโทษตนคนทำเกินกล้ำไป
ก็หาใช่ชวนชี้ศักดิศรียัง
.
เวลาผ่านนานเนิ่นล้วนเกินฝัน
สิ่งเสพสันต์ส่งเสริมเต็มเติมฝั่ง
ภาพที่เห็นเป็นปมสะสมพลัง
เปลี่ยนทุกครั้งคราแลชะแง้งาม
.
จึงเป้าหมายกลายเกลื่อนมาเคลื่อนซ้อน
จากเว้าวอนวูบลิ่วห่างหวิวหวาม
เป้าหมายเปิดเตลิดลาเมื่อฟ้าคราม
ทุกโมงยามย่ำแย่ เขาแลเลย..๚ะ๛

บ้านริมโขง