หน้าแรก

วันอังคารที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

เสียงร่ำ คนช้ำใจ



เสียงร่ำ คนช้ำใจ
.
ไม่เข้าข้างทางไหนว่าใครถูก
ล้วนแต่ผูกอาฆาตสาดสาสม
ความคิดต่างสร้างเสริมเติมอารมณ์
ตามแต่ปมเป็นเหตุและเขตแดน
.
ยิ่งต่างชาติอาจแตกแปลกวิถี
ศรัทธามีหลายหลากช่างมากแสน
ดำรงอยู่สู่เหล่าเอาเป็นแกน
ต่างหวงแหนหวงห้ามอย่าหยามกัน
.
แต่ผู้นำล้ำเหลือเมื่อเป็นใหญ่
หาเกรงใครมุ่งครอบขอบเขตขันธ์
วางเป็นข้อต่อกฎบทสัมพันธ์
ห้ามแปรผันต้องยอมพร้อมยำเกรง
.
ใช้อำนาจบาตรใหญ่ใส่คำสั่ง
มากพลังรวมหมู่ให้ดูเก่ง
ดั่งหมาหมู่ดูแกร่งแหล่งนักเลง
แสนครื้นเครงยามฆ่าเขาล่าคน
.
ชีวิตใครใครห่วงและหวงแหน
ขอบเขตแดนให้รู้อยู่แห่งหน
อย่ากล้ำกรายหมายจองเป็นของตน
ไล่ให้พ้นทนสู้คู่แผ่นดิน
.
ต้องตายตามยามฝ่าเข้าถาโถม
อารมณ์โหมต้องหมายให้ตายสิ้น
ต่างล้างแค้นแทนกันมั่นในจินต์
ยิ่งได้ยินเสียงร่ำ..ยิ่งช้ำใจ
.



ยาก


ยาก
.
มีเรื่องร้ายรายวันกันทั่วโลก
วิปโยคโศกเศร้าเร้ารุมหา
ฝ่ายผู้ต่อก่อกรรมขำเฮฮา
ในสายตาฆ่ากันนั้นบันเทิง
.
อุดมการณ์ซ่านซ่าฝ่าทะลวง
ศรัทธาพ่วงดวงใจส่งให้เหลิง
เมื่อความเชื่อเหลือล้นจนกระเจิง
พายุเพลิงเริงร่านเลยผลาญเมือง
.
ให้มองโลกร่วมกันไม่ปันแปลก
ไม่แบ่งแยกแตกต่างแล้ววางเขื่อง
ผู้เป็นใหญ่ไม่หลงตรงขุ่นเคือง
มองทุกเรื่องเปลื้องยศ..ให้ปลดปลง
.
มากอาวุธสุดระยำทำลายโลก
ขู่กรรโชกโขลกสับกับโลภหลง
นำมาเสริมเติมตอบหมายครอบลง
ความมั่นคงส่งสื่อคือศัสตรา
.
เมื่อต่างมีดีอ้างทางล้างผลาญ
จะประสานด้านใดในปัญหา
ใช้สมองมองผลบนปัญญา
หรือต้องฆ่าล่ากันให้บรรลัย
.
โลกแบ่งฝ่ายหมายล้างอีกข้างดับ
จึงย่อยยับกับคนบนวิสัย
หาสันติวิธีมีอภัย
อย่าหาไปให้ยากจากสังคม
.



๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๘

รักเลิศรส


รักเลิศรส
.
เกินจะปรามห้ามใคร..ไร้รู้สึก
หากตกผลึกตกลงประสงค์เสียง
ยอมบอกรักพักพิงอิงสำเนียง
ใครจะเลี่ยงจะลาถ้ารักครอง
.
น้ำจะไหลใครตามห้ามให้หยุด
ควันจะผุดจากไฟใครแตะต้อง
รพีลับดับแรงแสงเรืองรอง
ใครขอร้องให้พอชะลอทาง
.
ด้วยถ้อยคำพร่ำรัก สลักซึ้ง
ที่ตราตรึงเกินห้ามตามขัดขวาง
รักของใครใฝ่ฝันสวรรค์วาง
ถึงฟ้ากว้างไม่หวั่นฝ่าฟันไป
.
ดั่งน้ำทิพย์จิบอิ่มลิ้มเลิศรส
ทุกหยาดหยดแสนสมอารมณ์ใฝ่
ชุบชีวาคราเหงาที่เผาใจ
กลับผ่องใสผ่องพรรณนิรันดร์กาล
.
รักที่มอบขอบฟ้าไม่กล้ากั้น
เพราะมุ่งมั่นมุ่งรสหยดคำหวาน
ภูผาหินดินแดงแฝงภัยพาล
ก็จะผ่านจะฝ่าไปหานวล
.
โปรดอย่าปล่อยกร่อยรสให้หมดรัก
มอบใจภักดิ์ด้วยซึ้งตรึงสงวน
โปรดจงรอต่อหวานขานชื่นชวน
มอบรักล้วนรักล้น..มอบคนดี..
.



ต้องฝ่าฟัน


ต้องฝ่าฟัน
.
เหมือนเป็นม่านด่านกั้นให้ฟันฝ่า
เป็นภูผาป่าปนจนสุดสาย
เป็นกำแพงแข็งกั้นอันตราย
ผู้มุ่งหมายปลายทางต่างกังวล
.
หวังข้ามแดนแม้นหมายไม่คลายฝัน
ต้องบากบั่นมั่นมุ่งผดุงผล
สมาธิ ต้องใส ในกมล
ต้องอึด ทน จนนิ่ง อย่างจริงใจ
.
ภูเขาหินดินแดงแฝงพิษร้าย
ห้ามกล้ำกรายหลายคนล้นหวั่นไหว
กว่าข้ามเนินเกินร้อนเหมือนฟอนไฟ
จะถึงไหมใครรู้..ผู้นำทาง..
.
มีแต่ตนคนเดียวที่เหนี่ยวหวัง
จะถึงฝั่งดังฝันวันใดอ้าง
มีแต่บุญหนุนนำไม่อำพราง
สู่สมสร้างอย่างผู้..ได้อยู่เคียง
.
ส่งความรักสลักซึ้งจึงเดินหน้า
ข้ามภูผาหาคู่ก้องกู่เสียง
โปรดเมตตาอย่าเลือนเหมือนเอนเอียง
รับสำเนียงเรียงร้อยเถิดกลอยใจ
.
จะฝ่าฟันมั่นถึงซึ่งเป้าหมาย
จะเคียงกายปลายทางอย่างสดใส
จะตามต่อก่อการ..หวานทรวงใน
จะเยื่อใยไม่ห่าง ไม่ร้างนวล..
.



๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๘

ร้างเสน่หา ดาริกาครวญ



ร้างเสน่หา ดาริกาครวญ
.
ส่งบทกลอนย้อนย้ำวันฉ่ำชื่น
บางค่ำคืนคลอเคียงเรียงสงวน
ท่ามสำเนียงเสียงสั่นแสนรัญจวน
กลางใจนวลป่วนปั่นดังครั่นครืน
.
เหมือนยามสุข สุขนั้นแสนสั้นนัก
เหมือนยามรัก รักนั้นพลันเป็นอื่น
เหมือนยามเคียง เคียงข้างอย่างกล้ำกลืน
เหมือนยามชื่น ชื่นชมดั่งลมลวง
.
ไม่อาจครองสองใจไว้เคียงคู่
ไม่อาจอยู่สู่ฝันดั้นแดนสรวง
ไม่อาจยื้อมือรั้งด้วยหวังควง
ไม่อาจหวงห่วงหาต้องลาเลย
.
อนิจจาคราครั้งได้ยังสุข
ได้ปลอบปลุกเพียงตอนนอนเขนย
ไม่จีรังดั่งฝันสรรคำเปรย
ล้วนลงเอยด้วยจากฝากอาวรณ์
.
ดาริกา..ครวญคร่ำร่ำเทวษ
สุดอาเพศชะตานวลล้วนหลอกหลอน
มีรักเรียงเพียงหลงส่งอาทร
เกินเว้าวอนอ้อนหาเมตตาใคร
.
คงเหลือเพียงเสียงร่ำคำคิดถึง
และบางภาพอาบตรึงซึ้งไฉน
อีกบาดแผลแลรอนสะท้อนใจ
ความหวั่นไหวไล่ล่า..น้ำตาคลอ..
.



ปรารถนาฝ่าชีวิต


ปรารถนาฝ่าชีวิต
...
แต่ละวันนั้นมากหลากเรื่องรู้
แต่ละผู้นั้นหลายคล้ายสับสน
แต่ละงานสานสอดยอดเล่ห์กล
แต่ละผลกว่าจะสมแทบล้มตาย
.
มองแต่ต้นจนจบให้ครบถ้วน
มากกระบวนมาเติมเพิ่มความหมาย
จำต้องอ่านการกลวนวุ่นวาย
อ่านความหมายตามตอบให้รอบตัว
.
ไม่อาจเสี่ยงเพียงมุมเพียงกลุ่มก้อน
เสียงสะท้อนยังฟังระวังทั่ว
สิ่งที่เห็นเป็นฉากมองมากมัว
ความหวาดกลัวของใจต้องไม่มี
.
ยามใดคิดผิดพลาดไม่อาจท้อ
จำต้องต่อเริ่มใหม่ในวิถี
ไม่อาจถอยคอยโชคโฉลกดี
ทำเต็มที่เต็มแรงแกร่งกว่าเดิม
.
อ่านชีวิตคิดฝันถึงวันใหม่
ยามก้าวไปก้าวมั่นอันฮึกเหิม
อ่านเชิงรุกทุกด้านสานต่อเติม
อีกต้องเสริมประสบการณ์ที่ผ่านมา
.
ชีวิตนี้มีใครสมใจอยาก
ล้วนหลายหลากพลาดพลั้งหลั่งเข้าหา
แต่เขาซ่อนร้อนรนบนดวงตา
ปรารถนา คือไฟที่ไหลเวียน
.



อ่านชีวิต


อ่านชีวิต
.
ถามบ้างไหมใครทุกข์หรือสุขสันต์
หรือเพียงวันนั้นเหมาเอาเองว่า
คนนั้นสุขทุกอย่างกระจ่างตา
คนนี้หนาพาทุกข์มาซุกตน
.
สายตาเราเล่าเรื่องเป็นเฟืองขบ
จิตสมทบครบเครื่องประเทืองผล
อารมณ์นำคำตอบมอบบัดดล
บอกเป็นคนบนแนววางแถวเรียง
.
เห็นงานดีมีเงินเขาเดินห้าง
ตัวแตกต่างห่างคนบนเฉลียง
เห็นกินดีที่อยากมากพอเพียง
ก็ลำเอียงเยี่ยงเห็นเป็นสุขดี
.
อีกอื่นบ้างต่างไปเมื่อได้เห็น
ว่าลำเค็ญเป็นทุกข์ไม่สุขี
ด้วยสินทรัพย์นับค่าหาไม่มี
คือตัวที่ชี้สุขหรือทุกข์นำ
.
ไม่อาจรู้ผู้ใดคนไหนแน่
ล้วนถึงแท้แต่สุขทุกข์ถลำ
ไม่มองอื่นขื่นขมระทมคำ
ว่าต้อยต่ำกล้ำกลืนฝืนกมล
.
มักตรงข้ามยามเห็นเป็นสีสัน
หลอกตากันผันไปให้สับสน
ล้วนหน้ากากฉากบังระวังตน
อย่าอ่านคนบนเวที..ที่แสดง
.



๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๘