หน้าแรก

วันศุกร์ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2560

แม่


แม่
แม่อยู่ไหน..ใคร่พร่ำ รำพันหา
แม่ไม่มา หาใดไหนสุขี
แม่จากไกลไหวหวั่นสัมพันธ์มี
แม่ไม่หนีที่รู้..ยังอยู่คอย

แม่มีลูกผูกพันทุกวันห่วง
แม่คือบ่วงดวงใจไม่เคยปล่อย
แม่คือลมหายใจไร้ร่องรอย
แม่ร่วมร้อยสร้อยสวยร่ำรวยคุณ
.


สิ่งที่แม่เป็น


สิ่งที่แม่เป็น
.
ได้แต่โกรธโทษต่อคนหล่อหลอม
ได้แต่ยอมยิ้มรับไม่ปรับเปลี่ยน
ได้แต่มุ่งปรุงสู่การรู้เรียน
ได้แต่เพียรเพื่อลูกด้วยผูกพัน
.
จะดีร้ายปลายทางทุกอย่างพร้อม
ถูกผิดค้อมเคียงข้างไม่ห่างหัน
ลูกคือหนึ่งซึ้งค่าให้ฝ่าฟัน
ดีร้ายนั้นนางรับเป็นทรัพย์ตัว
.
แม่รับผลตนส่งอย่างองอาจ
ไม่ยอมพลาดผินหน้าแม้ฟ้าหลัว
ทนกล้ำกลืนฝืนทุกข์ไม่รุกรัว
เจ็บถึงขั้วข้างในคือใจนาง
.
เห็นลูกสุขปลุกฝันแม่หรรษา
แขนโอบคว้าเคียงใกล้มิไกลห่าง
กำลังใจให้ลูกไปถูกทาง
ให้ก้าวย่างอย่าท้อพะนอนวล
.
มองภาพงามยามนึกระลึกแม่
หวังแน่วแน่แผ่นำพ้นกำสรวล
อยากเห็นแต่แม่สุขไม่ทุกข์ทวน
มองแม่ชวนชื่นชมรื่นรมย์ใจ
.
ลูกจึงต้องมองย้อนสะท้อนค่า
เหงื่อ,น้ำตาตามแม่ที่แลไหล
ล้วนเพราะลูกผูกวางหรืออย่างไร
รักของใครควรคู่ ยั้งอยู่ยืน๚ะ๛
☆☆☆
บ้านริมโขง


แม่


แม่
.
ฟังสำเนียง เสียงใส ที่ใครเรียก
ได้สำเหนียก นุ่มละมุน คุ้นคุ้นหู
ฟังพริ้งเพราะ เสนาะนัก จักเชิดชู
เป็นคำครู คำว่า..แม่ ไม่แปรไป
.
มากซาบซึ้ง ตรึงล้น จากคนหนึ่ง
ที่ลึกซึ้ง สวยงาม ยามขานไข
คำเรียกแรก จากลูก ผูกดวงใจ
เรียก ”แม่” ไซร้ ปลาบปลื้ม ลืมไม่ลง
.
คนเป็นแม่ เหมือนเป็น เช่นทุกอย่าง
ไม่ละวาง หน้าที่ มีประสงค์
หวังให้ลูก เกิดมา พาดำรง
ต้องมั่นคง ตรงเสริม เติมทางดี
.
ทั้งห่วงหวง ดวงใจ ใครจะเท่า
ด้วยรักเจ้า เฝ้าปลุก ให้สุขศรี
เป็นเบ้าหลอม ให้งาม ยามพาที
อื่นใดมี “รักแท้” เท่าแม่เรา
.
กราบขอพร วอนฟ้า เทพารักษ์
โปรดประจักษ์ คำวอน อ้อนพงศ์เผ่า
คุ้มครองแม่ ยืนยง คงนานเนา
แผ่ร่มเงา ด้วยชื่น ให้ยืนนาน
.
จะส่งเสริม เติมมั่น กตัญญูต่อ
ไม่ทดท้อ ก่อสุข ทุกสถาน
ทำเพื่อ “แม่” ลูกนพ จบกราบกราน
มิ่งดวงมาน คือแม่ แท้เทพไท.
.
บ้านริมโขง


ไม่เคย



ไ ม่ เ ค ย
.
ไม่ มีใครไหนรู้ว่าอยู่ยาก

ไม่ ลำบากบางบทกำสรดเฉือน
ไม่ อดทนบนอุราทุกข์มาเยือน
ไม่ ลืมเลือนเรื่องระทมที่ถมทรวง
.
เคย บ้างไหมใครขมทุกข์ถมทับ
เคย จุกจับเจียนตายแทบวายป่วง
เคย ไหมเศร้าเผาจินต์จนสิ้นดวง
เคย คิดห่วงหาใครบ้างไหมคุณ..
.


โลกหม่นเมื่อคนหมอง


โลกหม่นเมื่อคนหมอง
.
โลกเราอยู่ดูดียามมีสุข
รื่นเริงรุกร้อยเรื่องไม่เคืองเข็ญ
แสนโสภาคราเคลื่อนคืนเดือนเพ็ญ
แผ่วลมเย็นเยือนหล้าคืนฟ้างาม
.
โลกวิไลใฝ่ปองที่ผ่องผุด
ปรับเปลี่ยนชุดชี้ชมอารมณ์หวาม
ผู้อาศัยวัยฝันเหหันตาม
แลอร่ามรุ่งอรุณล้างขุ่นมัว
.
โลกของเราเขาใครก็ไม่ต่าง
อยู่เคียงข้างคือรักสลักขั้ว
มุ่งหมายมีสีสันหาพลั่นกลัว
โลกของตัวต้องเห็นดั่งเพ็ญเดือน
.
โลกยิ่งใหญ่ในวิถีของชีวิต
เป็นเข็มทิศทางจับที่ขับเคลื่อน
ให้เดินตามยามอยู่ไม่รู้เลือน
โลกเสมือนมากวางที่กลางใจ
.
คือโลกสร้างต่างฝันอนันต์ผล
โลกของตนต้องงามอร่ามไสว
ต้องเลอเลิศเถิดแถนทั้งแดนไตร
คือโลกใครครั้งหนึ่งที่ซึ้งทรวง
.
ยามคนหมองมองโลกเหมือนโศกด้วย
ไร้แสงสวยสิ้นสีฤดีหน่วง
ยามขาดรักชักใยขาดใครควง
โลกทั้งดวงดับสวรรค์นิรันดร๚ะ๛
☆☆☆
บ้านริมโขง


ฝนเจ้ากรรมทำระทม


ฝนเจ้ากรรมทำระทม
.
ทุ่งหน้าฝนล้นรื่นผืนนาเขียว
สุดตาเหลียวเหนี่ยวนำฉ่ำเสมือน..
อารมณ์ล่องท่องเทียวเลี้ยวยลเยือน
ทักทายเพื่อนเคลื่อนไหวยามไล้ลม
.
พลิ้วลิ่วลู่ดูงามยามแสงฉาย
ใบเขียวปรายกรายกรวอนสุขสม
ทุ่งยามนี้มีฝันอันรื่นรมย์
รอคนชมดมดอมกลิ่นหอมฟาง
.
อีกไม่นานลานทองเต็มท้องทุ่ง
ดุจดั่งปรุงฟุ้งรสสดกระจ่าง
ได้อิ่มเอมเปรมจิตไม่คิดวาง
ทุ่งนาสร้างทางสวรรค์อันรื่นรมย์
.
หาสุขแสนแดนใดไหนจะเท่า
สุขบ้านเราเข้าถึงซึ่งสุขสม
ธรรมชาติวาดวางอย่างอุดม
ดั่งพรพรหมห่มหาด้วยอาทร
.
อยากให้เป็นเช่นนั้นทุกวันชื่น
จะหลับตื่นคืนคล้อยสุขคอยป้อน
ไม่อยากเห็นเป็นอื่นตื่นร้าวรอน
มาบั่นทอนย้อนย้ำมาทำลาย
.
แต่ทุ่งนาหน้านี่ที่วาดหวัง
กลับเป็นดั่งทุ่งน้ำระกำหลาย
หวังมองข้าวใบเขียวกลับเดียวดาย
ฝนเป็นสายคล้ายกระหน่ำให้ช้ำตรม

บ้านริมโขง


ฝนเอ๋ยฝนพรำ


ฝนเอ๋ยฝนพรำ
คืนมืดดำดึกดื่นต้องตื่นเสียง
ฟ้าลั่นร้องพ้องฝนที่หล่นเรียง
ขาดคนเคียงคอยสะท้านดังบ้านไกว
กอดผ้าห่มดมสอดดุจยอดรัก
เหงายิ่งนักเหนี่ยวนำทุกคำไข
ลมยิ่งแกล้งแฝงฝนอึงอนใจ
อยากกอดใครคลายคลั่งสักครั้งเอย๚ะ๛

บ้านริมโขง