หน้าแรก

วันศุกร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

จดหมายรัก(ฉบับที่ 3)





จดหมายรัก
ฉบับที่ 3
.
ตอบน้อง
.

อ่านจดหมายคล้ายถ้อยนั้นสร้อยเศร้า
ถูกรุมเร้าแรงล้นจากคนป่วน
สุดสงสารผ่านคำที่คร่ำครวญ
ชีวิตนวลหนึ่งนี้มากมีภัย
.
เป็นห่วงนักหนักจิตพร่ำคิดหวน
แสนกำสรวลสุดทนกังวลไฉน
คนต่างถิ่นสิ้นทางหรืออย่างไร
จึงโหมไฟฟอนเผารุมเร้าชีวี
.
คนเห็นใครใช่คนใช่คนไม่
เกินกว่าใครคบค้า หันหน้าหนี
ทุกสังคมถมไปขาดไมตรี
อ้างตนดีใดนั้นล้วนพันธ์เลว
.
อยู่สยามยามนี้มากมีเหมือน
ผู้ดีเกลื่อนกลางเมืองมากเรื่องเหลว
การปกครองมองไกลดั่งไฟเปลว
ข้างหน้าเหวหาหวั่นคนบัญชา
.
เศรษฐกิจพิษใหญ่ยังไหลหลุด
คนไทยทรุดแทรกซ้อนอาวรณ์หา
ขาดเสรีหนีหลบคนคบค้า
ทุนก็ลาเลื่อนลับไม่กลับคืน
.
โลกเสรีที่ไหนต่างไม่ผสาน
เผด็จการก่อกฎรันทดฝืน
อธิปไตยไหนยังให้ยั่งยืน
ต้องกล้ำกลืนกินเกลือช่างเหลือทน
.
เราทั้งสองต้องรอไม่ท้อถอย
ความหวังคอยคืนกลับอย่าสับสน
ปณิธานหวานครองเราสองคน
ฟ้าเบื้องบนบางทีอาจมีใจ
.
สุขทุกข์เล่าเฝ้าฝันถึงวันหน้า
เปี่ยมศรัทธาถึงกันอย่าหวั่นไหว
แม้เวลานาทีเลื่อนหนีไกล
ความฝันใฝ่ฝากฝัน..ยังมั่นคง๚ะ๛
☆✾☆
รักและห่วงใยเสมอ..เธอคนดี
 
.
บ้านริมโขง 

 

ยอมเมีย



ยอมเมีย
.
นั่งเงี่ยหูอยู่บ้านทำงานหนัก
เพราะว่ารักเมียมากฝากคำไข
คอยรับฟังคำสั่งจะ “ยังไง”
ต้องรีบไปตามนั้น..โดยทันที
.
แต่ละวัน “ทั่นสั่ง” ดังเป็นหวัด
ทั้งจามจัด ฮัดเช๊ย..เอ๊ยอยากหนี
แต่จนแล้วจนรอด..เธอออดที
ตัวฉันนี้ เด้งดึ๋ง..หูผึ่งเลย
.
ฉันไม่คร้ามใครใครหน้าไหนรู้
ฉันนักสู้กู้ชาติองอาจเผย
ฉันกรำศึกคึกคะนองน้องชมเชย
ฉันไม่เคยไหวหวามยามออกรบ
.
เปลี่ยนสนามยามนี้ฤดีเปลี่ยน
เลือดไหลเวียนขึ้นหน้าคราจับจบ
สนามนี้ เปล่าเปลี่ยวคนเดียวซบ
ศึกสงบฉันแพ้แน่นิ่งตน
.
ฉันจึงเป็นผู้พ่ายเสียดายเหรียญ
สู้พากเพียรเซียนศึกตรึกหมองหม่น
รับโล่ครากล้าหาญเชี่ยวชาญชน
กลับแพ้คน “อย่างเมีย” ละเหี่ยใจ
.
ด้วยยังชอบชิงค่ายอย่าหมายหยุด
จึงต้องทรุดกายน้อมพร้อมกราบไหว้
บนบานเมียเสียบ้าง..จะอย่างไร
โปรดจงใช้บ่อยบ่อย..อย่าปล่อยมือ (นะจ๊ะ)
.


คิดถึงจึงศรัทธา





คิดถึงจึงศรัทธา
.
ส่งความคิดคิดความตามรวมสาร
ส่งลอยผ่านผ่านลอยร้อยอักษร
ส่งจากดินดินจากมากอาวรณ์
ส่งบทกลอนกลอนบทเติมรสคำ
.
คิดเรียงร้อยร้อยเรียงเป็นเสียงเสริม
กลั่นใจเติมเติมใจให้ชื่นฉ่ำ
บอกแสนห่วงห่วงแสนแม้นจดจำ
ด้วยหวานล้ำล้ำหวานซ่านอุรา
.
บอกรักล้วนล้วนรักฝักใฝ่ฝัน
รักสร้างสรรค์สรรค์สร้างวางคุณค่า
เป็นมิ่งมิตรมิตรมิ่งยิ่งชีวา
ไม่เลยลาลาเลย เอ่ยภักดี
.
จากจริงใจใจจริงรักยิ่งนัก
เธอเลิศลักษณ์ลักษณ์เลิศเฉิดฉวี
น้ำใจงามงามใจมากไมตรี
งามท่าทีทีท่าสง่าองค์
.
ด้วยตราตรึงตรึงตราพาวาบหวาม
เฝ้าติดตามตามติดพิศเพียงหงส์
จึงแหนหวงหวงแหนแสนจำนง
ถึงหวานส่งส่งหวานกาลเวลา
.
ความคิดถึงถึงคิดสนิทแน่น
จะไกลแสนแสนไกลใฝ่ฝันหา
ไม่หลงลืมลืมหลงคงศรัทธา
จากขอบฟ้าฟ้าขอบมอบ คนดี ๚ะ๛
.
บ้านริมโขง

 

สองเราเฝ้าหลอมรวม


สองเราเฝ้าหลอมรวม
(กลบทสร้อยสลับคู่สคราญ)
.
จากต่างคิด ลิขิตถ้อยมาคอยเปลี่ยน
จากต่างเขียน เวียนสองไม่ข้องเกี่ยว

มาสื่อสารขานถ้อย ร้อยกลมเกลียว
ต่างก็เหลียวเหนี่ยวสม ร้อยกลมกลืน
.
พลังเรา เฝ้าฝันปักมั่นหลัก
พลังรัก ร่วมเรียงไม่เกี่ยงขืน
พลังสองพ้องกัน ทุกวันคืน
พลังอื่นตื้นตัน ทุกวันคอย
.
งามน้ำใจ ใส่สมอารมณ์คิด
งามน้ำจิต จากกันสัมพันธ์ปล่อย
งามอารมณ์ขมเฝื่อน ไม่เลื่อนลอย
งามรสถ้อยร้อยเดือน ไม่เลื่อนเลย
.
จึงผูกจิต ติดกันเลิกหวั่นไหว
จึงผูกใจ จากขั้วเป็นตัวเฉลย
จึงผูกจนปนร่าง อย่างชื่นเชย
จึงเอื้อนเอ่ยเผยทาง อย่างชื่นชม
.
ใช่เรื่องง่าย หลายปีที่ขาดเขิน
ใช่เรื่องเงิน งกงันสัมพันธ์ขม
แต่สองคนค้นหา ปรับอารมณ์
แต่ทุกปมเปลี่ยนค่า ปรับอาลัย
.
ความมุ่งมั่น มากมวลล้วนหลากหลาย
ความมุ่งหมาย มากมีที่สวยใส
ความต้องการขานตรง เสริมส่งใจ
ความดีใดไล่เติม เสริมส่งจินต์
.
ได้รักนี้ มีฝันคล้องกันพร้อม
ได้รักน้อม หนึ่งนวลชื่นชวนถวิล
สองเธอฉันหมั่นถาง อ้างฟ้าดิน
สองรักรินรวมค่า..อ้างฟ้าเดียว๚ะ๛



บ้านริมโขง

 

กลบทอักษรตาย -ติดรัก


ติดรัก
.
กลบท อักษรกลอนตาย
.
จะติดรักตักตอบมอบลิขิต
มิปัดปิดชิดชัดสะบัดอก
สิสับปลับกลับกลอกออกสะทก
ก็ตระหนกตกติดเพราะพิษรัก
.
จะตอบพจน์บทสวาทวาดเสนาะ
จับวิเคราะห์เจาะพิษสิคิดหนัก
ระทึกจิตคิดคึกผนึกนัก
จะสลักปักหมุดพิสุทธิ์รส
.
และจะจัดขัดขับกระชับจุด
มิขาดขุดสุดถนัดระบัดบท
กระแซะซบครบครอบจะตอบพจน์
ก็จับจดบทสวาทจะพลาดพลัด
.
ติดสลักรักสนิทพิชิตจุด
พิษสะดุดหลุดขาดมิอาจปัด
รักทะเลาะเกาะกลบกระทบชัด
สิสลัดหลุดหลบกระทบ..เนาะ
.
บ้านริมโขง
 

จดหมายรัก(ฉบับที่ 2)


จดหมายรัก
ฉบับที่ 2
ถึงคนงามนามคนดี
..
อรุณรุ่งปรุงแต่งฉาบแสงสวย

นอนระทวยทอดถอนอย่างอ่อนไหว
แสงสีทองส่องทางหน้าต่างใจ
คิดครวญใคร่เคยทำน้อมนำพา
.
มีหลายเรื่องเขื่องแสนในแดนเศร้า
เป็นเรื่องเก่าเกิดตามจนงามหน้า
จับผิดจน คนดีถูกตีตรา
เหมือนปูปลาเป็นเหยื่อช่างเหลือเกิน
.
ตำรวจไทยใจกล้าออกหน้ารับ
จู่โจมจับจริงจัดไม่ขัดเขิน
ฟ้องเอาผิดติดคุกสนุกเพลิน
ครูต้องเดินดันส่งถูกลงทัณฑ์
.
อีกอุ้มฆ่าหน้าใหญ่แต่ใจต่ำ
ร่วมกันทำทางชั่วเกลือกกลั้วมหันต์
จับอุ้มหายตายสมปิดปมมัน
แส่กระสันสร้างประเด็นให้เห็นทราม
.
ใช้เครื่องแบบแอบร่างอำพรางโหน
ใช้หัวโขนคลุมหน้ามือฆ่าสยาม
ใช้เป็นชุดขุดหลุมไว้คลุมความ
ใช้ในนามเนื้องานผู้การกอง
.
เศร้าสลดหมดหวานมาขานไข
เศร้าหัวใจจริงจิตเกินคิดสนอง
เศร้าเห็นคนล้นล้ำแสนลำพอง
เศร้าคะนองเนื่องนั้นคือสันดาน
.
อุทาหรณ์สอนตนผู้คนนั้น
ล้วนฆ่ากันเกินเหตุกิเลสสาน
ถืออัตตาพาหม่นให้ลนลาน
ความต้องการกำหนดสลดใจ
.
มีอำนาจขาดศีลหมดสิ้นค่า
เสื่อมศรัทธาทางธรรมระกำไฉน
ข่มคนอื่นกลืนเกลือสิ้นเยื่อใย
อยู่นานไปเปล่าเปลี่ยวเกินเยียวยา
.
จบไว้ก่อนตอนนี้ฤดีฝ่อ
คราวหน้าต่อเติมตามจะถามหา
จะอยู่ยินกินหวานไหมกานดา
ฝากรักมามากมายเผื่อหลายวัน๚ะ๛
☆✾☆


แซ่บซ่าภาษากลอน


แซ่บซ่าภาษากลอน
.
จัดทุกอย่างวางพร้อมต่างล้อมรับ
เครื่องปรุงปรับเปลี่ยนตามแลงามสลอน
เตรียมเครื่องเคียงเรียงเฝ้าไม่เง้างอน
เติมขั้นตอนต่อเต็มไม่เค็มเกิน
.
ปรุงอักษรป้อนคำได้ล้ำรส
ต้องตามบทแบบบรรณที่สรรเสริญ
ให้กลมกล่อมน้อมนำทุกคำเดิน
ไม่ขาดเขินขัดขืนยามกลืนกิน
.
ต้องรู้กฎรสใดอะไรบ้าง
ถูกที่ทางทั่วจานขับขานถวิล
อะไรห้ามตามขมให้สมจินต์
เสริมใส่กลิ่นก่อนเสิร์ฟอิ่มเอิบใจ
.
ปรุงคำกลอนย้อนคิดสนิทแนบ
ต้องตามแบบบาทบทเลือกกฎไหน
รู้พื้นฐานนานแน่นสุดแสนวิไล
ปรุงเพื่อใครครบถ้อยอร่อยคำ
.
ต้องตามใจใครเขาที่เฝ้าขอ
ละเอียดลออเอื้อนเอ่ยเฉลยร่ำ
รู้จังหวะสะสมอารมณ์นำ
รู้สูงต่ำต่อเสียงเครื่องเคียงวาง
.
อยากเขียนกลอนอ้อนหวานขับขานเสียง
หาใช่เพียงพร้อมหลักไม่ถักถาง
การลงมือถือสากต้องมากทาง
จึงจะสร้างเสริมถ้อยอร่อยคน๚ะ๛
☆✾☆
บ้านริมโขง