หน้าแรก

วันศุกร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

จดหมายรัก

จดหมายรัก
.
จากบึงกาฬบ้านเก่าที่เฝ้าฝัน
จากคืนวันเวียนกลับสลับหนี
จากเดือนใหม่ไหลผ่านเนิ่นนานปี
จากวันนี้ปีวอกไปออกระกา
.
ถึงคนดีที่หวานซึ้งซ่านนัก
ถึงคนรักร่วมฝันรำพันหา
ถึงคนงามถามข่าวเรื่องราวมา
ถึงสัญญายังมั่นหรือผันไป
.
ข่าวบ้านเราเศร้าแสนสุดแดนหล้า
ข่าวประชาขาด “พ่อ” สุดท้อไฉน
ข่าวพระองค์ทรงราชของชาติไทย
ข่าวสู่สวรรคาลัยของ “พ่อ” เรา
.
จากสิ้นสุขทุกข์โถมตระโบมนั้น
ก็ถึงวันเวียนผ่านรัชกาลเก่า
รัชทายาทราชวงศ์ทรงบรรเทา
รองรับเอาอวยผลบันดลบุญ
.
เพียงไม่นานผ่านผันถึงวันวิกฤติ
ภาคใต้พิษภัยฝนทุกคนวุ่น
อุทกภัยไหลทะลักมากักตุน
ท่วมท้นหนุนนานเนื่องเป็นเรื่องราว
.
ต้องช่วยกันบรรเทาความเศร้าลด
ให้หายหดเหือดแห้งตามแหล่งข่าว
เช็ดน้ำตาครานี้เห็นทียาว
ต่างบอกกล่าวกอบกู้ทุกผู้คน
.
เขียนจดหมายคลายขมอารมณ์ป่วน
ทุกคืนครวญคอยเคียงพร้อมเสียงบ่น
เหม่อมองฟ้าคลาคล่ำฟ้าฉ่ำบน
เหงาสุดทนแท้เทียวแสนเปลี่ยวใจ
.
จากมานานป่านนี้น้องพี่เอ๋ย
คอยชิดเชยชื่นหวานล่วงกาลไฉน
กว่าจะคืนตื่นฝันสู่วันวิไล
อีกนานไหมมวลถวิลจะยินยล
.
วันนี้เพียรเขียนเล่าเพียงเท่านี้
ยังมากมีมวลข่าวเรื่องราวข้น
จะเล่าต่อรอน้องเราสองคน
มารายมนต์มัดสวรรค์ตามสัญญา...
.
บ้านริมโขง 
 
 

กลบทอักษรกลอนตาย



จบรัก
กลบทอักษรกลอนตาย
.
รักสะดุดสุดรักจะหักคด
ดุจรักหดปลดปลุกฉุกละหุก
รักสะบัดปัดแปะและละรุก
หมดสนุกจุกอกตกกระทบ
.
จะจัดจับรับรสสลดสุข
ตกติดทุกข์ขลุกขลักสุดหักจบ
กะกอดกักถักเถอะจุดเลอะลบ
สิสงบพบพักตร์กระอักนะ
.
เถอะเปรอะนักรักหดขดขัดขอบ
ริสิปลอบชอบชักอกหักปละ
ทุกข์เกิดกับปรับปลดสลดละ
สุดจิตจะตระหนักลบรักรก
.
ลดถลอก ลอกปิดลิขิตจับ
สุดระงับขับขัดปัดตลก
สละรักหนักจิตคิดสะทก
ผละนรกอกหักจบรักนะ
.
ข้อบัญญัติ : บัญญัติพิเศษเพิ่มจากกลอนทั่วไป คือ
.
- กำหนดให้ทุกคำในสำนวนนี้ใช้แต่ "คำตาย" เท่านั้นในการแต่งกลบทนี้
* อ้างอิง : กลบทนี้มีปรากฏที่มาทั้งในตำรากลบท "ศิริวิบุลกิตติ์" และ "จารึกวัดพระเชตุพนฯ"
** คำตาย คือ คำที่ใช้สระเสียงสั้นโดยไม่มีตัวสะกด เช่น จะ ติ มุ เตะ ,พยัญชนะตัวเดียว เช่น ณ ,บ่ ,ธ ,ก็ และคำที่สะกดด้วยมาตรา แม่กก กบ กด (กบด)

.
บ้านริมโขง
 

วรรคทองของบรมครู



วรรคทองของบรมครู

“ในเพลงปี่ว่าสามพี่พราหมณ์เอ๋ย
ยังไม่เคยชมชิดพิสมัย
ถึงร้อยรสบุปผาสุมาลัย
จะชื่นใจเหมือนสตรีไม่มีเลย
.
พระจันทร์จรสว่างกลางโพยม
ไม่เทียบโฉมนางงามเจ้าพราหมณ์เอ๋ย
แม้นได้แก้วแล้วจะค่อยประคองเคย
ถนอมเชยชมโฉมประโลมลาน”
จากเรื่องพระอภัยมณี
✾✾
.
ปี่ที่เป่าเร้าใจกระไรนัก
เป่าสื่อรักถักเสียงสำเนียงหวาน
เสริมมนตราพาเคลิ้มเติมดวงมาน
เกินใครต้านขานไขยามได้ยิน
.
เพียงสำนวนภาษายังพาซึ้ง
หากอีกหนึ่งขลุ่ยแผ่วแว่วถวิล
มารวมกันวันใดใจรวยริน
ละลายสิ้นลิ้นสวาทเป็นทาสมนต์
.
สื่อได้ซึ้งถึงรสบทสะท้อน
อารมณ์กลอนวอนว่าอย่าสับสน
ถ้อยลำนำคำพามาดาลดล
จนอิ่มล้นคนสดับต้องจับจำ
.
สุดยอดครูผู้ถึง..หนึ่งในโลก
ชื่นชมโชคชาวไทยได้ลือร่ำ
มีกวีดีเด่นเช่นผู้นำ
แสนเลิศล้ำฉ่ำฉมคมสุนทร
.
จรรโลงไว้ไทยเราเฝ้าสงวน
ชมชี้ชวนควรค่าภาษาสอน
สื่อสู่สมชมชอบกรอบบทกลอน
ที่สะท้อนศักดิ์ศรี..กวีไทย

บ้านริมโขง
 

ปากเป็นเอกฯ



ปากเป็นเอก
เลขเป็นโท
หนังสือเป็นตรี
ชั่วดีเป็นตรา
.
ปากเป็นเอก
ยังเป่าเสกเลขผา มาเป็นศรี
ยังมากล้นเล่ห์ลมคมวจี
ยังมากมีที่หมาย ตายเพราะปาก
.
เลขเป็นโท
เห็นอักโขโผล่ผลล้นหลายหลาก
คำนวณทุนกำไรไหลมามาก
แต่ยังหากยากจนบนชีวิต
.
หนังสือเป็นตรี
หนึ่งวิธีที่มอบตอบลิขิต
นำพาตนคนรู้เข้าสู่ทิศ
ผู้พิชิตผลิตค่า ว่าเป็นปราชญ์
.
ชั่วดีเป็นตรา
ถือเป็นค่าของมนุษย์สุดสะอาด
จะเลอลักษณ์ผลักคำต่ำเชื้อชาติ
ต่างประกาศวาดผลบนชั่วดี
.
คือลำดับนับผล
ให้ผู้คนดลใจใฝ่ศักดิ์ศรี
สำนึกใดไหนหลากค่ามากมี
จากวลีที่อ้างทางกระบวน
.
ยกให้ปากเป็นเอก
มากกว่าเลข, หนังสือ ถือสงวน
ให้ ดีชั่ว ตัวหม่นคนทบทวน
เป็นสำนวนชวนคิดพินิจคำ
.
บ้านริมโขง 
 

ปรุงถ้อยอร่อยรส



ปรุงถ้อยอร่อยรส
.
ปรุงบทกลอนป้อนวางสรรค์สร้างเสียง

ปรุงร้อยเรียงรับชื่นไม่กลืนกล้ำ
ปรุงตามหลักอักษรเอ่ยอ้อนนำ
ปรุงรสฉ่ำเฉิดฉายหลากหลายวิธี
.
วัตถุดิบหยิบมาคอยท่าผสม
อีกอารมณ์เริ่มนำเลิศล้ำฉวี
น้ำปรุงรสสดแสนในแดนปฐพี
เติมวจีจากใจมอบให้อนงค์
.
เปิบเต็มคำฉ่ำรสในบทถ้อย
อักษรร้อยเรียงคละไม่ละหลง
คนอ่านกลืนลื่นคอลออองค์
สมประสงค์สร้างกลอนสะท้อนงาน
.
รสที่รับจับใจครวญใคร่เสมอ
คนปรุงเธอทอดทำด้วยคำหวาน
พินิจเนื้อเผื่อผลไม่ลนลาน
จัดลงจานจึงฉ่ำด้วยน้ำมือ
.
ผสมคำนำกลอนอักษรสวย
หอมระรวยรู้ทางให้วางถือ
ต้องทั้งสิ้นจินตนานำมาคือ
การฝึกปรือปรับถางหนทางเทียว
.
ปรุงอาหารผ่านกลอนล้วนสอนสม
คือเพาะบ่มบอกกันสัมพันธ์เกี่ยว
ประสบการณ์ขานรสเป็นบทเดียว
ยามขบเคี้ยวครุ่นคิด...ด้วยติดใจ๚ะ๛
☆✾☆
บ้านริมโขง 
 

ล้วนทำกินจากจินตนา



ล้วนทำกินจากจินตนา
.
สื่อคำกลอนป้อนถ้อยเรียงร้อยรส
ตามแบบบทบรรยายเป้าหมายอ้าง
จักเติมแต่งแปลงส่วนงามนวลนาง

ล้วนตนวางวาดสีฤดีดล
.
หนึ่งด้วยเรื่องเนื่องนำถ้อยคำเสนอ
สองบำเรอเรียงร่ายสืบสายสน
เลือกลีลามาสนองทำนองกล
ยามร่ายมนต์มัดอยู่ไม่รู้เลือน
.
สามสำนวนควรเฟื่องในเรื่องรส
อักษรสดสุดสมอารมณ์เฉือน
ลงหวานเปรี้ยวเคี้ยวติดไม่บิดเบือน
เผ็ดเสมือนมอบส่งให้ลงตัว
.
แล้วถึงคราวกล่าวถ้อยจากร้อยร่ำ
สรุปคำค่าควรจนถ้วนทั่ว
ตักลงเสิร์ฟเอิบอิ่มกระหยิ่มชัวร์
แซบจากครัวครบเครื่องของเรื่องกิน
.
คือทำนองของงานกรอบการเสนอ
ใช่เลิศเลอเครื่องปรุงจนฟุ้งกลิ่น
แต่ไร้รสสลดผลไร้ยลยิน
เครื่องปรุงสิ้นเสียส่วนสำนวนตาย
.
เขียนอย่างไรใครสั่งได้ดังว่า
ทุกทีท่าถ้อยคำที่นำขาย
ล้วนคนเขียนเพียรขุนจนวุ่นวาย
ทุกความหมายมากถวิลจากจินตนา๚ะ๛
☆✾☆

 
บ้านริมโขง
 

ปลูกเอาหน้า


ปลูกเอาหน้า
.
ฉันปลูกป่า..พวกเขาเฝ้าปลูกหญ้า
กวาดซื้อมาที่ทางอย่างมั่นหมาย
ล้มป่าใหญ่ไถดะระเรียงราย
ปรับเส้นสายเป็นสนามตามต้องการ
.
กี่พันไร่ผู้ใหญ่ไม่เห็นค่า
กี่พันป่าแผ้วถางอย่างอาจหาญ
กี่นายทุนขุนเขาเจ้าแหลกลาญ
กี่นายด่านที่ค้อมน้อมรับเงิน
.
ที่โอดครวญคือไพร่ใช่ไหมท่าน
ที่กันดารไร้ฝนทนขัดเขิน
ที่ต่ำต้อยน้อยค่าพากันเมิน
ที่เผชิญภัยวิบัติใครจัดการ
.
ปลูกต้นไม้ใจสุขปลูกทุกอย่าง
ไม่เคยอ้างเป็นข่าวได้กล่าวขาน
ผิดกับท่านผู้ใหญ่ใจประธาน
ถ้าออกงานขาดข่าวช่างร้าวใจ !
.
ช่างเถอะนะช่างมันฉันยังสู้
รอบบ้านดูเขียวครึ้มปลื้มไฉน
ดินที่ว่างวางสุมรุมปลูกไป
ส่วนบ้านใครเห็นด้วยคงช่วยทำ
.
ปล่อยให้ไฟมาลนคนถึงรู้
ช่างอดสู “มนุษย์” สุดจะขำ
คนผู้น้อยคอยสร้างต่างคอยจำ
คนผู้นำทำลาย...หมายว่าดี.
.
บ้านริมโขง