หน้าแรก

วันเสาร์ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2559

เพียงเท่านั้นก่อนวันตาย


เพียงเท่านั้นก่อนวันตาย
.
สื่อความหมายปลายทาง แตกต่างฝัน
สื่อบอกกันนั้นแยก แตกต่างเฝ้า
สื่อบอกผลคนใคร รวมใช่เรา
สื่อบอกเงาเข้าสวม รวมใช่เรียม
.
เกิดมากมีดีชั่ว ตัวไม่ขืน
ทุกวันคืนยืนยั่ว ตัวไม่เขียม
แย่งชิงกันฉันใหญ่ ไม่เคยเจียม
ล้วนมากเหลี่ยมเสี้ยมเฉย ไม่เคยจน
.
ยึดอัตตาพาไป ไม่เคยมัด
เหมือนเจนจัดลัดเลย ไม่เคยหม่น
ข้ามหัวใครไม่พอ ไม่ท้อทน
ข้ามหัวคนล้นถ่อ ไม่ท้อทาง
.
หวังเป็นใหญ่ให้คร้าม อย่าข้ามข้า
หวังลือชาว่าตาม อย่าข้ามขวาง
หวังอำนาจชาติพันธ์ สร้างสรรค์วาง
หวังไม่ต่างอย่างนั้น สร้างสรรค์เวร
.
บทสุดท้ายกายทรุด ผุดหลานหล่อน
หน้าสลอนก่อนหลุด ผุดหลานเหลน
มายื้อแย่งแบ่งทรัพย์ รับประเคน
ไม่ผ่านเผ่นเด่นปรับ รับประคำ
.
แต่ตัวตนคนหมาย วันตายตก
วอนนรกปกกาย วันตายต่ำ
เพียงต่อสายหายใจ ให้เนื่องนำ
ให้ปอดฉ่ำพร่ำไข ให้เนื่องนาน๚ะ๛
☆   ☆   ☆
กลบทเทพชุมนุม + สร้อยคู่สะคราญ
.. ☆..☆..
กลบทเทพชุมนุม
บังคับให้คำที่สามสัมผัสกับคำที่สี่
และคำที่ห้าสัมผัสกับคำที่หก หรือเจ็ด ทุกวรรค

.


♥ใจคิดถึงจึงรำเพย


ใจคิดถึงจึงรำเพย

ถ้อยขับขานหวานซึ้งรำพึงเพ้อ
จากใจเธอเสมอมาพาสุขสม
กลั่นเป็นคำนำส่งตรงอารมณ์
อักษรพรมพลิ้วหาข้ามฟ้าไกล
.
ความคิดถึงบึ่งกลับตอบรับรู้
ว่าหนึ่งผู้ดูดีมีฝันใฝ่
มีอาทรวอนหวังพลังใจ
ตามพิไรในถ้อยที่ร้อยเรียง
.
ระยะห่างสร้างคนท้นสำนึก
ให้รู้สึกตรึกตรองทำนองเสียง
ให้รู้ค่าความจริงยิ่งสำเนียง
รู้พอเพียงเคียงฝันทุกวันคืน
.
ค่าความรักถักทอเมื่อก่อเกิด
แสนเลอเลิศเทิดค่าคราหลับตื่น
ต่างถนอมพร้อมคู่สู่ยั่งยืน
รับเริงรื่นชื่นใจแม้ไกลกัน
.
ความคิดถึงหนึ่งส่วนขบวนรัก
ตามทายทักผลักเสริมเติมใฝ่ฝัน
ต้องเสมอเห่อเหิมเติมสัมพันธ์
สื่อนิรันดร์สรรถวิลตราบสิ้นใจ
.
จึงความจริงสิ่งขวางคือทางกั้น
ห่างอนันต์ผันคาหาหวั่นไหว
ความคิดถึงขึงแน่นแผ่นฟ้าไกล
โลกแตกไปไร้ผล..คนรักจริง๚ะ๛
♥ ♥ ♥
☆ ☆ ☆



อยากพักสารมาขานรัก


อยากพักสารมาขานรัก
♥♥♥
มากห่วงหาสารพันมาบันดล
มากเหตุผลพ่วงคำนำวิถี
มากห่วงใยใครเท่าที่เจ้ามี
มากวิธีสื่อสารหวานลำนำ
.
หากสารอื่นฝืนตนพอทนได้
แต่สารรักหนักไฉนในคืนค่ำ
ต้องเร่งเร้าเฝ้าเผยเอ่ยถ้อยคำ
ส่งให้ซ้ำซ้ำซ้อนออดอ้อนวาง
.
อยากให้รู้ดูดีมีห่วงหวง
ทุกดาวดวงพ่วงสารติดบานข้าง
สลักรอยร้อยรสกำหนดทาง
อย่าเคว้งคว้างกลางหาวให้ร้าวราน
.
ทุกเส้นสายหมายตาพาสื่อสม
ทั้งสายลมชมแสงสีแดงฉาน
อีกสายรุ้งพุ่งค้อมล้อมจักรวาล
ล้วนเป็นฐานสารส่งของนงราม
.
ผู้รอสารหวานรักจักต้องตื่น
ทั้งวันคืนยืนคอยร้อยรักหลาม
ไม่หลับนอนผ่อนกายหมายติดตาม
เธอเฝ้าถามยามดึกล้วงลึกเรา
.
อยากบอกนางบ้างว่าอย่าส่งสื่อ
อยากได้คือตัวนางสล้างเสลา
อยากสัมผัสไออุ่นละมุนเบา
อยากคลอเคล้าข้างหู..ไม่ดูสาร๚ะ๛
☆   ☆   ☆
♥ ♥ ♥



คนไร้รักเหมือนหนักโลก


คนไร้รักเหมือนหนักโลก
.
ฟ้าครึ้มฝนหม่นหมองทำนองโศก
ให้แลโลกโศกเศร้าเร้าแรงขุ่น
ขาดแสงสวยอวยงามยามอรุณ
ลมยิ่งหมุนวุ่นวายต่อสายตา
.
ไม่ต่างผลคนเหมือนยามเลือนรัก
คนอกหักมักหามหวังดามค่า
ล้วนหม่นมองครองรักเกิดหักคา
ยิ่งกว่าฟ้าพาฝนมาล่นโครม
.
ปล่อยฟ้าหม่นฟ้าหมองไม่มองแสง
ปล่อยฟ้าแดงฟ้าดำร่ำถาโถม
ปล่อยให้ผ่านให้ผุดหลุดเล้าโลม
ปล่อยให้โหมให้หารงานที่เคย
.
แล้วไม่นานผ่านไปให้แลลับ
ฟ้าก็ปรับขับขานผ่านเฉลย
ธรรมชาติพาดแสงจำแลงเลย
ได้ชื่นเชยชมชี้แสงสีงาม
.
หากแต่คนล้นหูกผูกใจเจ็บ
ตามแนมเหน็บเล็บขบเกินลบข้าม
รักไม่สมคมเหลี่ยมเหมือนเตรียมตาม
ต้องต่อล่ามลุยล่าให้สาใจ
.
เมื่อคนหมองต้องโลกถูกโขลกสับ
โลกต้องดับพับแหลกแปลกไฉน
เมื่อรักลาอาภัพต้องลับไกล
โลกหวานไหวไร้ผล คนระทม๚ะ๛
☆   ☆   ☆
♥ ♥ ♥




วันอังคารที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2559

☆มนต์วจีกวีวาง☆


มนต์วจีกวีวาง
.
☆ร่ายอักษรป้อนเสียงสำเนียงสาร
วางขับขานลานรักของนักฝัน
เสริมเสียงส่งตรงคีย์มีสัมพันธ์
แจ้วจำนรรจ์เนื่องนานบันดาลใจ
.
☆ดุจโอบเอื้อเจือละมุนอุ่นอ้อมแขน
อาทรแทนทุกทางหมายวางใกล้
ห่วงโหยหาคราเอื้อนกลัวเคลื่อนไกล
หมายโอบไว้วงแขนแสนรัญจวน
.
☆ทุกอักษรป้อนฉาบอาบดวงจิต
เติมชีวิตชีวาเป็นค่าส่วน
ทุกสำเนียงเสียงอ่านหวานอบอวล
อักษรล้วนชวนชื่นแสนตื่นตา
.
☆อิ่มแย้มยิ้มพิมพ์ทั่วตัวอักษร
มีเง้างอนวอนขอต่อทีท่า
สวยสีสมห่มแสงแห่งศรัทธา
ล้วนใบหน้างามนักอักษรไทย
.
☆จึ่งกวี กี่บท กี่รสลักษณ์
ล้วนทายทักรักงามหวามหวั่นไหว
กี่อักษรย้อนรู้อยู่กลางใจ
เป็นอุ่นไอใสส่องกล่องกมล
.
☆ใช่เพียงคำนำวางที่อ้างเอ่ย
วิญญาณเอยเปรยปรับสดับผล
สัมผัสรู้ผู้รับสดับมนต์
บันดาลดลจนกวี.. นี้รักกัน๚ะ๛




อยาก


อยาก
☆   ☆   ☆

☆เสียงครืนครั่นลั่นฟ้าผวาหวาด
สายฟ้าฟาดสาดแสงแห่งวิถี
ลมกระหน่ำซ้ำแทรกแตกไมตรี
โหมราวีสลายโลกโตรกโลกันตร์
.
☆หามีใครไหนยั้งล้วนคลั่งแค้น
เผ่นผาดแผนแสนหยาบกำซาบสันต์
สุขสมใจได้ข่มจมจาบัลย์
สุดหยามหยันวันกร้าวจากราวฟ้า
.
☆โลกต้องรับซับซุกที่รุกรบ
โลกต้องพบวิบัติซัดสาดหา
คนและสัตว์ขัดสนบนชีวา
คนโศกาสารพันความบรรลัย
.
☆เพียงก้อนเมฆเสกร่างอย่างยักษา
คือมนตราล่าคนล้นไฉน
เกินป้องปัดขัดแถนสุดแค้นใจ
ปล่อยรุกไล่ไม่คร้ามช่างหยามคน
.
☆เพราะต้องอยู่ร่วมโลกโฉลกสร้าง
โปรดอย่างกร่างสร้างแผลให้แลหม่น
โปรดเมตตาพาทีมีน้ำมนต์
เลอเลิศล้นบนโลกหากโศกคลาย
.
☆อยากเห็นเมฆเฉกทิพย์ระยิบฟ้า
งามจับตาพาชื่นคืนเดือนหงาย
อยากรับลมพรมร่างอย่างสบาย
แล้วเคียงกายมีเจ้า..คอยเคล้าคลึง๚ะ๛
.



คนดีของฉัน


คนดีของฉัน
.
ข่ายสังคมชูเชิดว่าเลิศลักษณ์
ต้องล้นหลักนักปราชญ์วาดเสริมส่ง
มากคนดีมีค่าพาดำรง
ไม่เลยหลงดงมารม่านมายา
.
เอาคนดีชี้นำคนทำชั่ว
ให้กลับตัวตัดต่อบ่อปัญหา
มากคนเลวเหลวลับอัปรา
สังคมล้าฆ่ากันย่อมบรรลัย
.
ต่างแสวงแย่งกันสำคัญค่า
เป็นพวกข้าฯ ว่าชี้คนดี..ใช่
พวกอื่นชั่วตัวเหม็นเป็นจัญไร
แย่งกันใหญ่ใคร่ดีหนีพวกเลว
.
จึงสังคมห่มให้ใส่หน้ากาก
เฝ้าถางถากหน้าหม่นคนล้มเหลว
ตีสองหน้าพาท่องเป็นทองเปลว
ใกล้ปากเหวยังห่ามงามหน้าเป็น
.
หวังคนดี ที่ดีมีศีลสัตย์
ช่วยขจัดคนดีที่แสนเข็ญ
เปิดหน้ากากลากเถือเหลือลำเค็ญ
เปิดให้เห็นธาตุแท้ตีแผ่กัน
.
ส่วนคนดีของฉันนั้นเพียงหนึ่ง
ยังคงตรึงตราจิตไม่บิดผัน
ยังคงงามน้ำจิตมิตรสัมพันธ์
ยังคงครองรักกัน นิรันดรกาล๚ะ๛
.