หน้าแรก

วันศุกร์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2558

ปากปลาร้า


ปากปลาร้า
ว. ชอบพูดคำหยาบ
.
คำจากปากหากแยกแปลกนักหนา
แบ่งตามค่าท่าทางอย่างงามหรู
บ้างปากหวานตาลอายหมายเชิดชู
บ้างหดหู่ ปากเหม็นลำเค็ญใจ
.
จึงมากมีที่เปรยเฉลยเทียบ
มากปากเปรียบเลียบเคียงสำเนียงใส
ตามสื่อสารด้านผลของตนไป
ปากอย่างไรได้ชื่อเป็นสื่อนาม
.
“ปากปลาร้า”  ถ้านำล้วนคำหยาบ
ความหมายอาบทาบทางอย่างต้องห้าม
ฟังหวาดเสียวเลี้ยวหาภาษาทราม
ไม่พ้นง่ามลามไล้ใต้สะดือ
.
แต่สงสัยไฉนนำคำ “ปลาร้า”
มาสื่อค่าว่าใครกระไรหรือ
เป็นของกินถิ่นไทยให้เลื่องลือ
ตรงไหนคือถือค่า ว่า “หยาบคาย”
.
เหมือนลดค่าอาหารปานทับถม
เหมือนสาสมคมคำนำสื่อหมาย
เหมือนดูถูกปลูกฝังดั่งทำลาย
เหมือนดั่งคล้ายสายสนว่าคนกิน
.
ว่า “ปาก” อื่น ได้ไหมในความหมาย
“ปากเราะราย” ร้ายเล่ห์เทถวิล
“ปากเน่าเหม็น” เป็นค่าน่าร่ายริน
ไม่อยากยินกลิ่นว่า “ปลาร้า” เรา
.


วันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2558

คนดีผีคุ้ม น. คนทำดีย่อมไม่มีภัย


คนดีผีคุ้ม
   น. คนทำดีย่อมไม่มีภัย
.
การกระทำนำทางสร้างวาทะ
ดีชั่วจะกะกลางเป็นทางสอง
ให้เลือกเดินเหินหาวกล่าวทำนอง
ตามหมายปองของตนคือผลพวง
.
คนทำดีดีส่งประสงค์ผล
ทำชั่วล้นปนเปลี่ยนเวียนเป็นบ่วง
คนทำดีมีบ้างเดินทางลวง
คนชั่วล้วงป่วงลึกเกินตรึกตรอง
.
เหมือนกรรมดีนี้ด้วยช่วยเสมอ
ตอบแทนเธอเลอเลิศเถิดสนอง
พ้นภัยพาลมารหมายให้ตายกอง
ด้วยคุณของครองกายฝ่ายความดี
.
ช่วยปัดเป่าเหล่าภัยให้ไกลพ้น
สร้างกุศลดลใจให้สุขี
ดั่งกำแพงแข็งขันกั้นไพรี
มากภูตผีที่ถนอมพร้อมป้องกัน
.
จึง “คนดี ผีคุ้ม” กลุ่มสำนวน
ให้ใคร่ครวญหวนหาค่ามหันต์
ใช่แต่คนค้นค่ามารำพัน
ผีโลกันตร์ผันหน้ามาคุ้มครอง
.
จงภูมิใจใครนำกรรมดีก่อ
เลี่ยมลออหนอคนล้นจับจ้อง
“ทำดี” เถิด เปิดม่านสานแสงทอง
รุ่งอรุณเรืองรอง..วันของเรา..
.



๑๐ กันยายน ๒๕๕๘

วันอังคารที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2558

กี่ยามเย็นเพ็ญแสงจะแจ้งตา


กี่ยามเย็นเพ็ญแสงจะแจ้งตา
.
พายุฝนคนหาชายคาหลบ
ก็พอจบลบทุกข์พอสุขสม
พายุทรายสลายธาตุสาดกับลม
เจ็บ ตาย ล้มตรมลามยามหายใจ
.
อากาศร้อนซ้อนทับแทบดับจิต
แลทุกทิศพิษโหมเข้าโถมใส่
เหมือนอบร่างอย่างร้อนบนฟอนไฟ
ตกหลุมใหญ่บรรลัยกัลป์นั้นอาการ
.
เหมือนถึงคราฟ้าโกรธพิโรธหนัก
มากหาญหักตักษัยไม่สงสาร
เหมือนรู้ผลคนปลุกและรุกราน
ผู้ล้างผลาญคือใครให้แค้นเคือง
.
เลยปั่นป่วนถ้วนถิ่นแผ่นดินโลก
วิปโยคโศกตามยามฟ้าเหลือง
หอบฝุ่นไอไร้ฝนล้นรอบเมือง
เป็นฟันเฟืองเรื่องขบสยบคน
.
อากาศพิษติดฝุ่นดูขุ่นคลุ้ง
ครอบเมืองมุงฟุ้งทั่วแลมัวหม่น
หายใจเอาเถ้าฝุ่นลมหมุนวน
เจ็บตายล้นข้นแค้นแสนลำเค็ญ
.
ต้องยอมรับกับวิถีที่ฟ้าสั่ง
เกินยับยั้งคลั่งฟ้าอย่างตาเห็น
มากเหตุผลปนเศร้าเข้าประเด็น
กี่ยามเย็นเพ็ญแสงจะแจ้งตา
.



วันอาทิตย์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2558

รักไม่รักก็บอก


รักไม่รักก็บอก
.

สื่อภาษาพาซื่อคือความหมาย
รับรู้ง่ายสายทางว่าอย่างไหน
เปิดเรียงร้อยถ้อยคำล้ำวิไล
บอกออกไปให้แจ้งแจงอารมณ์
.
ไม่ต้องมาผ่าคำย้ำถวิล
ไม่ต้องรินกลิ่นสีตีผสม
ผักชีไม่ใส่หน้ามาปูพรม
รสกล่อมกลมสมส่วนที่ควรปรุง
.
มากผู้ดีมีคำแสนล้ำลึก
เหมือนตกผลึกศึกษาปัญญารุ่ง
เหมือนอวดภูมิปูมตนว่าคนกรุง
ทำให้ฟุ้งยุ่งเถิดว่าเลิศคน
.
หากตรงไปไม่หลงตรงสำนึก
รับรู้สึกตรึกตรองมองสายสน
เข้าใจง่ายหมายใดไม่วก-วน
ก่อเกิดผลยลเยี่ยมเปี่ยมยินดี
.
เหมือนความรักปักใจใดเกิดก่อ
หากมัวรอต่อคำฉ่ำวิถี
ไม่กล้าบ้างวางมาดวาดวิธี
บ้างรอรีมีผลจนระทม
.
จึงง่ายง่ายจ่ายคำเหมือนลำแสง
ไม่แอบแฝงแปลงค่าให้พาขม
รักก็บอกออกไปไม่ซ่อมปม
รักไม่สมตรมยอกก็บอกไป..
.


วันศุกร์ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2558

รอพรุ่งนี้ฟ้าสีทอง


รอพรุ่งนี้ฟ้าสีทอง
.
เมื่อลมแรงแฝงฝนลมบนซัด
ใบสะบัดงัดกิ่งสะบิ้งบั่น
ต้นสะท้านปานสะเทือนเหมือนจาบัลย์
ทิวป่าสั่นลั่นเสียงสำเนียงครวญ
.
สิ่งไหนเหินเกินพอมักก่อทุกข์
มันซอนซุกรุกรบตลบส่วน
สิ่งไหนขาดสาดผลคนเรรวน
มันปั่นป่วนล้วนหลากมากระทม
.
แสลงใจให้คร้ามยามสัมผัส
แสลงรัดมัดทรวงเป็นบ่วงขม
แสลงใดไหนเห่เท่าเล่ห์ลม
แสลงตรมคมคำยิ่งช้ำทรวง
.
แสนสงสารต้านแรงแสลงเสริม
ลมโหมเหิมเติมมาน่าเป็นห่วง
เพียงคนเดียวเหลียวแลแค่ลมลวง
อกพุ่มพวงกลวงในใครปรานี
.
รู้ผ่อนคลายปลายฝนแล้วทนหน่อย
เริ่มลบล้างร่องรอยร้อยบัดสี
เอาน้ำฝนหล่นมาพาไปที
ฝากลมที่มีแรงช่วยแบ่งเบา
.
อีกไม่นานฝนซาหน้าเปื้อนยิ้ม
แก้มเอิบอิ่มพิมพ์พักตร์สลักเสลา
อีกไม่นานบานสวยด้วยรักเรา
รอรุ่งเช้าเข้าที่..ฟ้าสีทอง..
.



วันพฤหัสบดีที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2558

สำนวนไทย "กระดูกสันหลังของชาติ"


สำนวนไทย
"กระดูกสันหลังของชาติ"
.
ยังสำนึกอยู่ไหมในสำนวน
ยังสมควรอยู่ไหมใครเห็นต่าง
ยังอาทรอยู่ไหมในแนวทาง
ยังคงอ้างอยู่ไหมในแผ่นดิน
.
“กระดูกสันหลังของชาติ”
ใครประกาศวาดวางอย่างถวิล
ใครสำนึกลึกรู้การอยู่กิน
ใครไหนยินกลิ่นเสียงสำเนียงครวญ
.
คือ “ชาวนา” ค่านั้นอันปรุงแต่ง
ล้วนสำแดงแฝงผลให้คนหวน
ขวานทองยังตั้งตรงคล้ายธงทวน
กระดูกหรือคือส่วนควรดูแล
.
กว่ากี่ปีกี่ชาติไร้ธาตุเสริม
ยังเหมือนเดิมเริ่มเห็นเป็นรอยแผล
ร่างงองุ้มคุ้มค่อมพร้อมอ่อนแอ
พิษโรคแผ่แต่เปลี่ยวอยู่เดียวดาย
.
ยิ่งกดทับรับโรคทุกข์โศกถม
ยิ่งระทมบ่มเศร้าไร้เป้าหมาย
ยิ่งสันหลังพังพาบอาบผืนทราย
ยิ่งวอดวายตายสิ้น..เขายินดี
.
เมื่อ “กระดูก สันหลัง” พังพินาศ
เมื่อสิ้นชาติขาดไป ใครสุขี
เมื่อวอดวายตายดับกับธุลี
เมื่อวันนี้ มีใคร..ได้รู้คุณ
.


กลางสายฝนคนหม่นหมอง


กลางสายฝนคนหม่นหมอง
.

ยามฟ้าครึมครึ้มฝนใจคนหมอง
ซ้ำฟ้าร้องก้องกู่ดูดั่งป่วง
แล้วลมแรงแฝงเล่ห์เข้าเห่ทรวง
น้ำตาคนหล่นร่วงถมดวงแด
.
มืดมัวหม่นคนร่ำจิตกำสรวล
คำคร่ำครวญหวนเฟ้นเค้นรอยแผล
อารมณ์หมองมองไหนไร้คนแล
ร่างยับแย่แปรเปลี่ยนว่ายเวียนวน
.
ความเหงา เศร้า เร้ารุนดั่งหมุนโลก
ทุกข์และโศกโยกไกวให้สับสน
วังเวงทางย่างไปไร้ผู้คน
ฟ้าพาฝนหล่นนองมองระทม
.
หลับไม่ลงคงนั่งคอยฟังฟ้า
เมื่อไหร่หนาลาลับดับขื่นขม
ฝันยามหลับดับฝันอันรื่นรมย์
มีแต่ฝันนั้นล่มสาสมใจ
.
ยามวรรษาพาผลคนมีคู่
เป็นฤดูสู่ชื่นคืนสดใส
กลางอ้อมแขนแสนฉ่ำล้ำวิไล
อุ่นกลิ่นไอไล้โลมฝนโหมตาม
.
แต่กลางฝนคนเดียวแสนเปลี่ยวเปล่า
ขาดคู่เคล้าเหงาครองต้องไหวหวาม
ยิ่งหนาวกายหายสิ้นกลิ่นนงราม
ฟ้าไม่งามยามนี้..มีแต่ตรม..
.