หน้าแรก

วันพุธที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2557

๐๐.. ถึงแน่ ..๐๐

 
 
ถึงแน่

แพ้ชนะด้วยใจว่าใครอึด
ใครคนยึดหลักไว้ไม่แปรผัน
แพ้ชนะเพราะตนทนฝ่าฟัน
ใครไหนกันนั้นสร้างวางให้เรา

หนึ่งก้าววางอย่างไรดูให้มั่น
ไม่ถลันผันร่างอย่างคนเขลา
สง่างามตามดูไม่หูเบา
สุขทุกข์เคล้าเฝ้ามองทำนองกรรม

สะสมบุญสุนทานบานไสว
อารมณ์ใดไร้ผลให้คนย่ำ
บารมีก่อเกิดเลิศน้อมนำ
ยึดแนวธรรมฉ่ำเย็นเป็นปัจจัย

ค่อยก้าวเดินด้วยมั่นนั้นยึดถือ
หนึ่งก้าวคือหนึ่งผลบนเติบใหญ่
ทีละก้าวยาวทางจะอย่างไร
มั่นด้วยใจไปถึง..ซึ่งแน่นอน
 
"บ้านริมโขง"
 
 

~~@ ระฆังชีวิต @~~

 
ระฆังชีวิต

สัญชาติญาณขานค่าปัญญานั้น
มีด้วยกันถ้วนทั่วกลัวล้มเหลว
ทั้งคนสัตว์มัดวางบ้างดีเลว
มองที่เปลวรู้แหล่งของแรงไฟ

เมื่อชีวิตคิดเปรียบเทียบเดินทาง
แม้รกร้างต้องพ้นตนต้องไหว
แม้วิตกอกสั่นวันก้าวไป
กลัวแค่ไหนไม่หยุดทรุดกายลง

อนาคตคือทางวางข้างหน้า
มีใครรู้บ้างว่าไม่ลาหลง
จะสำเร็จเสร็จสมไร้ปมปลง
หรือสื่อส่งล้มเหลวตรงเปลวใด

อาจบางก้าวซวนเซพังเพผล
มากหมองหม่นจนท้อหนอไฉน
หาท้อถอยคอยย้ำกำลังใจ
ตั้งต้นใหม่ก้าวต่อก่อพลัง


ก้าวที่กล้า..ฝ่าพ้นถนนนั้น
ก้าวของฉันล้มลุกปลุกความหวัง
ถึงที่หมายปลายทางวางระฆัง
ได้เคาะฟังกังวาน..หวานอารมณ์
"บ้านริมโขง"
 
 

~~@ ในกำมือ @~~

 
ในกำมือ

ในกำมือคือสิ่งยิ่งประสงค์
เมื่อคว้าตรงส่งเพิ่มเติมสุขี
ในอุ้งมือกอบกำฉ่ำฤดี
เมื่อหวังมีสิ่งใด..จึงใคร่กำ

ต้องเอื้อมมือถือคว้ากว่าจะได้
แม้แสนไกลไม่หยุดรุดกระหน่ำ
ศรัทธามีเกิดก่อต่อน้อมนำ
เกิดสุขล้ำด่ำดื่มด้วยปลื้มใจ

กำด้วยมือคือสิ่งต้องนิ่งคิด
กำนี้ผิดหรือถูกปลูกฝังให้
กำที่ควรแก่ตนล้นวิไล
กำคราใดใช่กรรมนำบันดาล

หากเกินพอต่อตนจนล้นเหลือ
ขาดจุนเจือเผื่อแผ่แก่สงสาร
เห็นแก่ตนล้นโกยโดยอาการ
ขาดศีลทานปานเปล่า..เอามากำ
 
"บ้านริมโขง"
 
 

~~@ คืนค่า @~~

 
คืนค่า

รู้ความจริงสิ่งหนึ่งซึ่งชีวิต
ต่างผูกติดตามอยู่คู่ขนาน
เหมือนเป็นเงาเฝ้าตนบนอาการ
อยู่สถานแดนใดก็ไม่แคล้ว

หากชีวิตเปรียบเทียนที่เพียรแสง
ส่องแสวงแห่งทางวางผ่องแผ้ว
ชั่วเทียนดับลับลงตรงตามแนว
ชีพดับแล้วตามนั้นวันมืดมน

จะเรียกเทียนไหนอื่นมายื่นต่อ
เกินร้องขอจากใครให้มาสน
อาจเพียงแผ่แสงเผื่อยามเหลือทน
ยามอับจนเห็นบ้างอย่างรางเลือน

ต้องเทียนเราเฝ้าถนอมไม่ยอมปล่อย
แม้แสงน้อยคล้อยขัดสะบัดเผื่อน
คอยป้องลมสมแรงดุจแสงเดือน
คราคล้อยเคลื่อนเหมือนพร้อมยอมดุษฎี

เทียนให้แสงส่งสายละลายแท่ง
เปลี่ยนด้วยแรงไฟโหมประโลมศรี
หาได้ชมสมใจหากไม่มี
แรงอัคคีที่เสริมคอยเติมตาม

ทั้งดิน-น้ำ ลม-ไฟ วิสัยธาตุ
มาปั้นวาดรวมก่อหนอล้นหลาม
เมื่อสิ้นเชื้อเหลือใดในนิยาม
ล้วนคืนความเคยเป็น..ที่เห็นมา..
 "บ้านริมโขง"
 
 

~~@ ไม่เคยรู้ @~~

 
ไม่เคยรู้

ไม่ได้เตรียมต้อนรับมาขับสู้
ไม่เคยรู้อยู่ไหน..ไปถลำ
ไม่เฉลียวใจเลยว่าเคยทำ
ไม่เคยรู้ด้วยซ้ำ..ว่ากรรมใด

แม้ชาตินี้ที่เห็นและเป็นอยู่
มีศัตรูเพียงตนคนขานไข
อื่นนอกนั้นหามีที่เกี่ยวใคร
เหตุไฉนมีกรรมกระหน่ำตี

หรือกรรมเก่าปางก่อนตามย้อนยอก
ตามมาหลอกมาไล่ไร้สุขี
จำไม่ได้ชาติเก่าเราไม่ดี
กรรมมาชี้ที่ฉัน..มันโมเม

ตามข้ามชาติหนอกรรมช่างจำแม่น
ไกลมากแสนปีแสงไร้แสร้งเส
ยังตามตรงตอกตรึงเข้าทึ้งเท
จนข้าฯ เป๋ เซซัง อยากชังกรรม

ข้าฯ ว่าเจ้า จ้องจับรับไม่ซื่อ
ข้าฯ คนดี ที่ลือ..คือรักฉ่ำ
ข้าฯ รักจริง รักจังใช่นั่งอำ
ข้าฯ ทุกคำ..ที่ขานแสนหวานทรวง

เจ้าให้ข้าฯ ใช้กรรมกล้ำกลืนผล
สาวซ่อนกลให้หลง..ตรงเป็นห่วง
ถูกมนตราห้าเสาร์เข้ามาลวง
กรรมตามทวง..ใช่ไหม..หลงใหลนาง
 "บ้านริมโขง"
 

วันอังคารที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2557

~~@ ปรารถนา @~~

ปรารถนา

ปรารถนาพาดลเป็นผลผลิต
ตรงต่อจิตติดตามลามลงต่ำ
สิ่งที่หมายคลายค่ามาชี้นำ
ไม่สมคำสมอยากมากอารมณ์

จะแปรเปลี่ยนวิสัยให้มัวหม่น
เปลี่ยนจิตตนปนป่วนมวลสะสม
เหมือนสุมไฟในร่างวางหอกคม
เสียบลงจมบ่มให้ไฟคุโชน

ความร้อนแผ่แผลร้ายกระจายออก
กลิ่นเน่าบอกร้อนแรงแกล้งกระโถน
ทะลักล้นคนใกล้ได้รับโยน
เปื้อนเปรอะโดนโค่นค่าปัญญามี

อารมณ์ต่ำนำหน้าเข้าท้าทับ
อารมณ์ขับเหตุผลลานลนหนี
อารมณ์เจ้าเผาตนบนชั่วดี
อารมณ์นี้ผีเข้าเฝ้าสั่งการ

ต้องวางกรอบตอบตนไม่ล้นขอบ
รักหรือชอบมอบขอแต่พอขาน
ไม่หวังให้ใครเขาเอาดวงมาน
มากราบกรานสานสนองคะนองนำ

ไม่โกรธใคร..ไม่หวัง ไม่ตั้งแง่
ฝึกเผื่อแผ่แลรอบมอบชุ่มฉ่ำ
ไม่ร้องขอต่อผลคนต่อกรรม
สบายล้ำเลิศล้น..บนไมตรี
 
 
"บ้านริมโขง"
 

~~@ คน @~~

คน

ช่างสรรคำนำวางได้อย่างหมาย
สิ่งหลากหลายสานทับเห็นสับสน
มองรวมหมู่คล้ายคละเรียกปะปน
หากรวมจนเป็นหนึ่งซึ่งเรียก “เรา”

เรียก “มนุษย์”  อีกคำ ใช้กำกับ
ต่างขานรับด้วยเลิศประเสริฐเขา
หนึ่งสัตว์โลกโฉลกสร้างได้วางเอา-
ปัญญาเข้าเป็นหนึ่งจึงเหนือใคร

ดุจดั่งดาบสองคมปมมนุษย์
ต่างสร้างสุดสองทางวางไฉน
เป็นสองด้านสานปัญญาพาเป็นไป
ดีมีไว้ให้ต่างทางเลวทราม

จึงเป็น “คน” ปนเป ทั้งเล่ห์หลอก
ทั้งดีพอกเลวถมปมหยาบหยาม
มีทั้งสร้าง-ทำลายให้ตายตาม
ทุกเขตคามหลามหลากมากพอกัน

รู้ทำบาปไม่ดีมีตัวอย่าง
ร้อยเรื่องสร้างทางชี้ที่สุขสันต์
แต่ยังมีคนชั่วตัวสำคัญ
เฝ้าโรมรันพันตูคู่กันไป

เพราะชีวิตมันสั้นนั้นนักหรือ
จึงรีบยื้อรีบทำพร่ำขานไข
แม้ต้องฆ่าล่าคนหาสนใจ
เพียงข้าฯ ได้ เท่านั้น..คือนั่น “คน”
 
 มีปัญญาเพียงเพื่อไว้เถือท่าน
ไม่สร้างสรรค์คุณใดดวงใจหม่น
ก่อบาปกรรมทำกร้านสามานชน
คืออีก “คน” ด้านหนึ่ง..พึงระวัง.
 
"บ้านริมโขง"