หน้าแรก

วันพุธที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

~~@ หมอลำ @~~

สิ้นงานนาคราครั้งความหลังเล่า
หมู่ผู้เฒ่าแม่พ่อต่อหนุ่มสาว
ตั้งงานบุญหนุนเนื่องเป็นเรื่องราว
ประกาศข่าวคราวนี้มีบันเทิง

หาหมอลำนำงันกันครึกครื้น
หมู่คนตื่นชื่นฉ่ำนำเถลิง
ต่างหอบลูกจูงหลานขานรื่นเริง
เสียงเทิดเทิ่งเปิงเปิดเลิศงานบุญ

แม่ให้ผมไปจองมองที่นั่ง
ตามแม่สั่งตั้งเรื่องอย่าเคืองขุ่น
ต้องชิดหน้าเวทีนี่เลยคุณ
ส่วนผมหนุนตักนอนหลับก่อนเลย

ตื่นกี่หนคนฟังยังแน่นวัด
หมอลำจัดขัดขานตำนานเผย
ทั้งสีทนมโนรานำมาเปรย
นางไอ่เอ่ยผาแดงแข่งกันลำ

เป็นมหรสพคบงันอันเลิศค่า
แทรกปรัชญาภาษิตคิดชื่นฉ่ำ
ภาษากลอนงามงดทุกรสคำ
แสนดื่มด่ำในศิลป์ถิ่นขวานทอง..


ดอกปีบ


งามพริ้งพราวขาวนวลชวนลุ่มหลง
งามกลีบตรงชดช้อยเรียงร้อยอ้าง
งามบานหมู่ดูสวยรวยสะอาง
งามกระจ่างกลางใจยามได้มอง

มาลีสวยตามพันธ์อันสรรสร้าง
เธอสวยอย่างพงศ์พันธ์นั้นสนอง
มาลีงามตามจิตยามคิดครอง
เธองามต้องมารยาทปราศมารยา

ชื่นชมนวลชวนหมายสายสวาท
งามพิลาศเลอลักษณ์ยิ่งนักหนา
งามดอกปีบรีบชมสมสายตา
อีกไม่ช้าโรยหล่นเกลื่อนกล่นดิน

บ่งบอกถึงหนึ่งจิต..อนิจจัง
หาจีรังตั้งชมสมถวิล
งามผ่องพักตร์ลักขณาน่ายลยิน
ไม่นานสิ้นบินลับกับกลกาล

กลีบดอกปีบโรยร่วงเกินหน่วงรั้ง
ชีพที่ยังเกินยุดให้หยุดผ่าน
อาลัยไปก็ฝืน คำ..ยืนนาน
ดอกปีบบานหวานแล้ว..ก็แผ่วลา

ถึงคราวงาม งามสมให้ชมชื่น
ถึงคราวตื่น ตื่นสุดผุดผ่องหน้า
ถึงคราวจาก จากสิ้นถิ่นลวงตา
ถึงคราวฟ้า ฟ้าส่ง..ต้องปลงเป็น

ชาญจิต

วันอาทิตย์ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2556

~~@ หมดกัน @~~


หมดอารมณ์บ่มฝันบั่นอาการ

หมดคำขานสารสื่อถือคำไข

หมดตามต่อรอเฝ้าเขาตามไป

หมดอาลัยนัยเห็นเป็นอาจินต์



น้ำใจมากฝากสื่อคือใจสู้

น้ำคำพรูดูเลิศเปิดคำสิ้น

น้ำในจิตมิตรแห้งแล้งในดิน

น้ำไหลรินกลิ่นเน่าเข้าไหลรวม



ล้วนฉาวโฉ่โห่แห่แลฉาวโฉด

สร้างข่าวโหดโทษแท้แก่ข่าวสวม

ปลุกมวลชนล้นเลิศเกิดมวลรวม

ก่อกำกวมบวมบิดคิดกำไร



ต้องเงินจ้างสร้างกลุ่มสุมเงินขอ

เกิดแรงก่อต่อต้านสานแรงไหว

เงินหายหดหมดคนล้นหายไป

หาที่ไหนใฝ่จิตมิตรที่มี



พวกนายทุนหนุนทางวางนายหน้า

หวังเขาฝ่าหาหลักผลักเขาหนี

ทุ่มเงินตราค้าความยามเงินดี

หวังต่อยตีสีอื่นหื่นต่อยตาม



ต้องล้มล้างสร้างค่าว่าล้มได้

ต้องเหยียดให้ใครดับลับเหยียดหยาม

หากต้องแพ้แลไหนไฟต้องลาม

พวกเลวทรามหามให้ไทยเลวลง
ชาญจิต
๔ สิงหาคม ๒๕๕๖

วันเสาร์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2556

๐@ ~ รู้ว่า.. ~ @๐

รู้ว่า  ใจไหวหม่นทนลำบาก
รู้ว่า  ฝากหวังวางอย่างมั่นหมาย
รู้ว่า  ยังหวังปองครองเคียงกาย
รู้ว่า  ใจสลายรักคลายคืน

รู้ว่า  ใจไม่เจียมคอยเสี้ยมสั่ง
รู้ว่า  หลั่งรักล้นเกินทนฝืน
รู้ว่า  รักหวังไว้ให้ยาวยืน
รู้ว่า  ต้องกล้ำกลืนไม่ชื่นคำ

รู้ว่า  เขาเศร้าทรวงดวงขื่นขม
รู้ว่า  ตรมเศร้านักรักถลำ
รู้ว่า  ภาพความหลังยังคงจำ
รู้ว่า  พร่ำเพ้อห่วงทุกช่วงวัน

รู้ว่า  ตนทนเศร้าเหงาไม่ต่าง
รู้ว่า  ห่างร้างไปใจโศกศัลย์
รู้ว่า  ตนต่ำนักรักรำพัน
รู้ว่า  ไม่เทียบชั้นสวรรค์ลวง

รู้ว่า  ได้แต่สร้างวางรอยแผล
รู้ว่า  แย่ยามยลไร้คนหวง
รู้ว่า  เพิ่มเติมเศร้าเผาแดดวง
รู้ว่า  ปวงปรารถนาฟ้าลงทัณฑ์

รู้ว่า  เราตัวสร้างวางรอยช้ำ
รู้ว่า  ต้องคืนคำนำสุขสันต์
รู้ว่า  ต้องคืนค่าความจาบัลย์
รู้ว่า  วัน..จากไกล..ทำให้ตรม.

"บ้านริมโขง"

๐๐๐ ~ สัมผัสเลือน ~ ๐๐๐


เหมือนละอองไอเย็นเห็นสลัว
เกาะกระจกมากมัวเป็นตัวหม่น
ปิดบังแสงสดใสสายตาคน
มองให้พ้นผ่านยากเป็นฉากบัง

มองทุกอย่างระหว่างนี้เหมือนลี้ลับ
หาสดับใดแท้แก่วาดหวัง
ยิ่งก้าวตามยิ่งห่างอย่างรุงรัง
เอื้อมคว้ายังพลั้งพลาดขาดประเมิน

สัมผัสได้หาใช่สัมผัสจริง
เหมือนทุกสิ่งสัมผัสเลือนเคลื่อนขาดเขิน
ที่ยึดเหนี่ยวไร้ค่าคราเผชิญ
เป็นเพียงเดินถลำต้องคลำทาง

ใจสัมผัสว่าใช่ก็ไม่แน่
ล้วนปรวนแปรแค่เห็นเป็นเพียงหาง
ไม่เห็นตัวหัวหายคล้ายแสงจาง
สลัวร่างสัมผัสไหนไร้ตัวตน

สัมผัสใดใสสุกทุกสถาน
แต่ร้าวรานสัมผัสใครให้มัวหม่น
ยิ่งสัมผัสหัวใจในสองคน
ยากยิ่งล้นบนหมายหลบสายตา

สัมผัสเลือนบทกลอนถูกสอนสั่ง
สัมผัสยังไม่ชัดจัดใหม่หนา
สัมผัสเลือนชีวิตผิดทุกครา
ใครอาสา..ชี้ด้วย ..ช่วยชี้นำ..

"บ้านริมโขง"


วันพฤหัสบดีที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2556

~~@ คนคือใคร @~~




เพราะเป็นคนถึงคิดผิดวิสัย
เพราะมีใจเบียดเบียนเกรียนทุกอย่าง
อ้างปัญญาว่าแน่แท้ทุกทาง
สื่อสมอ้างอย่างมากความอยากมี

ต้นไม้ใหญ่สวยงามยามใดเห็น
หาได้เว้นบังเบียดเข้าเสียดสี
แทนจะปล่อยสวยใหญ่ในพงพี
ยังราคีเติมต่อก่อรังตน

ธรรมชาติผิดเพี้ยนคนเสี้ยนนัก
สร้างบ้านพักบนดินสิ้นทุกหน
อุตริสร้างรังดังแยบยล
สัปดนโหนห้อยร้อยกิ่งใบ

ต้นที่สวยด้วยก้านบานกิ่งโบก
ดูเศร้าโศกเพราะคนเกินทนไหว
เพียงสนองกิเลสเหตุจากใจ
คนอะไรไหนประเสริฐ ว่าเลิศนัก

บ้านริมโขง

~๐๐ ผู้ท้าฝน ๐๐~

ขอบคุณภาพจาก http://sv6.postjung.com


เปรียบสายฝนบนฟ้าคราหล่นชุก
เป็นความทุกข์สุกงอมพร้อมหล่นร่วง
คนบนดินผินหลบไม่ซบทรวง
กลัวเสื้อผ้าเปียกป่วงห่วงร่างตน

ต่างกำบังรั้งร่มเข้าห่มกั้น
กลัวทุกข์นั้นมันเปื้อนเกลื่อนกายหม่น
แต่ไม่อาจหลีกหลบได้จบจน
ไม่โดนฝนล้นหลากจากฟากฟ้า

ทุกข์เปื้อนตนเพียงน้อยคอยคิดหลบ
ไม่อยากซบซุกซ่อนให้อ้อนหา
เหมือนหลบฝนเพียงนิดติดบางครา
แต่โดนฝนทั้งห่า กลับกล้าลุย

เดินตากฝนตากทุกข์เข้าคลุกเคล้า
ถลุงเอามาสิ้นกลิ่นดินขุย
ไม่กลัวแล้วแนวไหนใช่ว่าคุย
ตายเป็นปุ๋ยยังกล้าท้าโรมรัน

ถึงที่สุดหยุดยั้งตรงฝั่งไหน
เราหรือใครไหนเล่าเข้าบากบั่น
เปียกเพราะตนฝนมากหากจาบัลย์
ไม่มีวันรู้สุขเมื่อทุกข์ครอง

เดินตากฝนแสนชื่นยืนอ้าแขน
ฝนจากแถนมาเลยไม่เคยหมอง
จะกี่ห่าท้าสู้อยู่ลำพอง
ทุกข์สนองร้องลั่น..มันแค่นี้..

๑๒ มิถุนายน ๒๕๕๖