หน้าแรก

วันจันทร์ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

~@ ปลอบใจ @~

เหมือนปลอบใจให้แกร่งมีแรงสู้
เหมือนรับรู้อุปสรรคตระหนักสิ้น
เหมือนเตรียมตนเตรียมใจไม่ยลยิน
เหมือนถวิลเพียงหมายถึงปลายทาง

กำลังใจจึงก่อต่อไม่เว้น
หัวใจเต้นอย่างคะนองลำพองบ้าง
เพื่อต่อกรอริผลิเงาจาง
กว่าฟ้าสางอย่างแสวงแสงรพี

คือสติดำริมั่นวันก้าวผ่าน
คือดวงมานนั้นกร้านต้านเสียดสี
คือพยัคฆ์รอเหยื่อเพื่อชีพมี
คือสิ่งดีที่ปรับระดับคน

จงก้าวไปเถิดหนาเดินหน้าสู้
จงก้าวไปในหมู่ผู้สับสน
เป็นผู้นำปัญญาฆ่าความจน
เป็นผู้นำ..คำค้น..สร้างตนเอง..


~@ แมงมุม @~

ขอบคุณภาพประกอบกจาก www.thaigoodview.com/files/u61285/17728.gif&imgrefur

แมงมุมขยุ้มขา
ทุกเวลาขยุ้มใย
มองดูผู้เป็นไป
เดินติดใยไม่รู้ตัว

เยื่อใยล้วนว่าดี
แมงมุมมีมากมายทั่ว
ชักใยไหวระรัว
วางเป็นแพแลระริก

เป็นใยให้อาหาร
ใดมาพานซ่านกระดิก
แมงมุมซุ่มคอยพลิก
ไม่หยิกเย้าเข้าไปกิน

เยื่อใยในมนุษย์
แผ่กว้างสุดผุดถวิล
มากล้นคนไหลริน
มาดื่มกินไม่สิ้นใย

แต่เราเฝ้าห่วงหา
ฝันทุกคราว่าวันไหน
หนึ่งนางวางเยื่อใย
ห่อห้อมใจฉันไปที..

~@ คำห่วงหา @~



มาอ่านกลอนวอนพร่ำคำห่วงหา
รำลึกคุณมารดาพาละห้อย
ซึ้งใจนักคำขานหวานเลิศลอย
จากท่วงถ้อยร้อยฝันกตัญญู

เป็นคนดีที่เลิศเทิดเหนือเศียร
คือความเพียรเขียนอ่านก่องานหรู
กราบการุณคุณพ่อต่อคือครู
กราบด้วยรู้คุณแม่..แท้ชีวิต

สุดอาลัยยามนี้ที่ไร้ท่าน
เฝ้าบนบานขานสวรรค์อันศักดิ์สิทธ์
โปรดดูแลแห่ห้อมล้อมทุกทิศ
ให้ดวงจิตแม่สุขไร้ทุกข์ตรม

หัวใจเอย..อ่อนไหวในคำเจ้า
ที่คอยเฝ้าห่วงแม่ไม่แลขม
ขอเป็นหนึ่งคำวอนอ้อนองค์พรหม
ข้าฯ ขอก้มกราบขอ..ร่วมต่อบุญ..

ชาญจิต

• ♥ สุดทางฝัน ♥ •



เมื่อตื่นพลัน พลันตื่นจากคืนหลับ
ความฝันกลับ กลับฝันเกิดหวั่นไหว
เคยเห็นภาพ ภาพเห็นเด่นวิไล
หายจากไป ไปจากฝากคร่ำครวญ

พอรู้ตัว ตัวรู้ไร้คู่ชื่น
ความขมขื่น ขื่นขมบ่มกระสวน
แตกต่างฝัน ฝันต่างร้างกระบวน
ต้องทบทวน ทวนทบกลบอาลัย

สุขจากฝัน ฝันจากมากความเศร้า
สุขจากเรา เราจากมากหวั่นไหว
เกินขอร้อง ร้องขอต่อน้ำใจ
เกินวอนใคร ใครวอนให้ย้อนคืน

รักจำลอง ลองจำแสนช้ำนัก
รักหาญหัก หักหาญเกินทานฝืน
ได้แค่มอง มองแค่ แม้กล้ำกลืน
ได้แต่ยื่น ยื่นแต่ เขาแลเลย

สุดทางฝัน ฝันทางเกินย่างก้าว
สุดรวดร้าว ร้าวรวดปวดใจเผย
จำลาจาก จากลาพาคำเปรย
ฝากถ้อยเอ่ย เอ่ยถ้อยคล้อยจากกัน

เกินเว้าวอน วอนเว้าเฝ้าร้องขอ
ให้เฝ้ารอ รอเฝ้าเหมือนเก่าฝัน
สิ้นเยื่อใย ใยเยื่อเบื่อคืนวัน
จึงจากพลัน พลันจาก..มากระทม..


~@ เรียงคำร้อย @~


เรียงคำร้อยคล้อยจากมากถวิล
เรียงจากจินต์สิ้นนวลคร่ำครวญเผย
เรียงอารมณ์ขมขลุกมีทุกข์เกย
เรียงรำเพยเอ่ยหาพาระทม

เกินจะมองแดใดให้เห็นสวย
เกินจะอวยอาบสุขหมดทุกข์ขม
เกินจะร่ำคำใดไหนชื่นชม
เกินคลายปมบ่มเศร้าให้เหงาคลาย

ถึงคืนค่ำดำมืดจืดสีแสง
ถึงร้อนแรงแบ่งลงส่งความหมาย
ถึงราตรีนี้คร่ำฉ่ำฝนปราย
ถึงวุ่นวายคล้ายปลงยังงงงัน

บทต่อตั้งหวังไว้ให้สิ้นเศร้า
บทของเราถึงทางห่างใฝ่ฝัน
บทสุดท้ายร้ายเหลือเจือรำพัน
บทของฉันนั้นจบ..พบเลิกลา..

วันเสาร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2556

หวานเกินใครรักใดปาน

หวานเกินใครรักใดปาน


หวาน ทุกคำพร่ำขานปานตาลต้น
มอบทุกคนหวานฉ่ำคำรักแม่
เกินจะทานหวานหยดมดคอยแล
ทุกถ้อยแท้แพ้คำฉ่ำหวานนาง

เกิน หัวใจจะห้ามไม่หวามไหว
ช่างพิไรในถ้อยเกินถอยห่าง
คมอักษรย้อนจิตเกินคิดวาง
ทุกที่ทางเกินยั้งด้วยยังจำ

ใคร คนหนึ่งซึ้งทรวงทุกท่วงถ้อย
งามหยดย้อยใครขานมานถลำ
ดังอิ่มทิพย์หยิบให้ใครน้อมนำ
สุขเลิศล้ำฉ่ำใจใครหนึ่งคน

รัก สุดซึ้งหนึ่งนางอย่างมุ่งหมาย
ฝันถึงปลายรักนั้นสัมพันธ์ผล
ก้าวตามรักปักทรวงทุกช่วงดล
ด้วยรักล้นบนสนองจากสองเรา

ใด ไหนเลย เชยชมสมเสมอ
ยามขาดเธอใดขมเท่าตรมเหงา
เมื่อโศกซึ้งตรึงร่างใดบางเบา
ยามรักเขาใดห่มคลายตรมทรวง

ปาน สิ้นใจสิ้นชีพรีบตักษัย
หมดเชื้อไฟไร้หวานปานหมดห่วง
หากรักลาล่าถอยปานลอยดวง
เปรียบติดบ่วงนายพรานปานสิ้นลม

วันจันทร์ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2556

~@ ฉันอาจเป็นดั่งสายลม @~


ฉันอาจเป็นดั่งสายลม

ฉัน เป็นเพียงนามธรรมคำเรียกขาน
บอกสัณฐานเป็นคนบนความหมาย
เพียงสื่อถึงหนึ่งใครไม่กลับกลาย
เป็นผู้ชายฝ่ายเพศแบ่งเฉดกัน

อาจ อยู่ในจินตนาบางคราครั้ง
ไร้วาดหวังตั้งหมายที่ปลายฝัน
อยู่เนิ่นนานปานใดไม่สำคัญ
รอผ่านวันผ่านคืนยืนใช้กรรม

เป็น เช่นแสงสีขาวคราวฟ้าแจ่ม
ไร้ใดแซมให้สวยด้วยชื่นฉ่ำ
สื่อสายตาให้เห็นเป็นแสงนำ
ยามมืดค่ำก็หายสลายเลือน

ดั่ง  เสียงเพลงแผ่วหวานลอยผ่านพ้น
สัมผัสจนรู้แจ้งสำแดงเหมือน
หากแต่ไร้ใครเล่นดุจเด่นเดือน
สาดแสงเยือนเหมือนรู้ดูด้วยตา

สาย  สื่อถ้อยร้อยเรื่องเปรื่องวิจิตร
ต่างชีวิตต่างแบบแอบใฝ่หา
มากอารมณ์บ่นฝันอันจินตนา
ไร้ใครคว้าตัวตนให้คนเชย

ลม เลื่อนลอยเลยลับใครจับต้อง
เพียงนั่งมองแรงพัดตัดใจเฉย
รับรู้ลมเย็นกายผายผ่านเลย
รู้คุ้นเคยเพียงนี้ ที่ชื่นชม