หน้าแรก

วันพุธที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2560

รักห้อมล้อมเรียม


รักห้อมล้อมเรียม
.
ยินคำนำเอ่ยถ้อย........เรียมขาน
ไหวแว่วแววคำหวาน.....แห่ห้อม
คำใครไม่หวานปาน.......นางเอ่ย
เพียงแผ่วแนวหวานล้อม.....พี่ล้นเริงใจ
.
แสนไกลไยยิ่งแย้ม........ยินเสียง
เหมือนไม่ไกลสำเนียง......นิ่มน้อง
รัญจวนป่วนปานเคียง.......เรียงคู่ นางเอย
เอมอุ่นบุญคงคล้อง.....แต่งแต้มตามพรหม
.
แสนนมนานบ่งชี้........มีฝัน เราเอย
ยามเกริ่นเกินรำพัน............พี่นี้
ยืนยาวเท่าชีวัน.......ยังอยู่  นางเอย
หมายมุ่งปรุงชวนชี้......แต่น้องนางเดียว
.
จริง เจียวจึงจ่งแจ้ง........คำคอย
จริง ไม่เคยเลยถอย......ห่างเจ้า
จริง ใจใช่เลยลอย.......ลาห่าง
จริง จ่อรอเรียมเร้า......ส่งซึ้งตรึงทรวง๚ะ๛
บ้านริมโขง


วันจันทร์ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2560

เมฆผ่านหวานครอง


เมฆผ่านหวานครอง
.
มีเมฆฝนหล่นแล้ว.......ลงดิน
แลชุ่มยามยลยิน.......แหล่งหล้า
สวยเสริมแต่งเติมจินต์.......ผินผ่อง
เหมือนอิ่มยามมองหน้า.......หนึ่งน้องนางนวล
.
ชวนชมสมส่งให้........หวานทรวง
ถึงเนิ่นนานปานลวง.........ไม่ท้อ
สานฝันมั่นเดือนดวง.........ยังเด่น
ไกลกี่ไมล์ใครพ้อ.........ห่อนให้ใครเคือง
.
เรืองเรืองแสงส่องฟ้า........คราอรุณ
วันใหม่แสงใสละมุน.......ส่องแล้ว
เพียงเราห่อใบบุญ........สานต่อ นางเอย
วันชื่นคืนงามแพร้ว.......แผ่พร้องครองเคียง
.
เสียงครืนครืนสั่งฟ้า .........ของฝน
เพียงไม่นานกาลกล..........ล่องแล้ว
ใดใดไม่เกินทน............เรามุ่ง หมายนา
สมสิ่งฝันวันแพร้ว.......ผ่องเพี้ยงเคียงหวาน๚ะ๛
☆ ☆ 

โคลงสี่สุภาพ ที่ลงเอก-โท ตามฉันทลักษณ์

บ้านริมโขง

วันอาทิตย์ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2560

อีกเมื่อไหร่


อีกเมื่อไหร่
.
เมฆลดแสงแรงกล้าที่ถาโถม
ฟากโพยมยามเพ่งไม่เปล่งปลั่ง
เมฆมีส่วนชวนซับล้อมรับพลัง
ให้โลกยังอยู่เย็นลำเค็ญคลาย
.
เมฆคลุมฟ้าพาคนบ้างหม่นหมอง
ฟ้าขอร้องลอยเลื่อนให้เดือนฉาย
เมฆยังดื้อสื่อเสียงเข้าเรียงราย
ปั่นป่วนหมายเหมือนแค้นอัดแน่นทรวง
.
ไม่อาจหวังดั่งใฝ่สมใจหวัง
ไม่อาจสั่งสร้างสมชื่นชมสรวง
ไม่อาจมีที่หมายล้วนปลายลวง
ไม่อาจพ่วงโภชย์ผลเพื่อตนเอง
.
เหมือนต้องคอยฝอยลมมาห่มเห่
เหมือนร้อยเล่ห์เรียงปมมาข่มเหง
เหมือนอับปางทางฝันที่บรรเลง
เหมือนไม่เกรงกรรมตามช่างหยามเกิน
.
อุปสรรคปักหลอนเข้าค่อนขอด
ชีวิตบอดบังบาทให้ขาดเขิน
บาปมาหนุนบุญเลี่ยงมองเมียงเมิน
ยามก้าวเดินเดียวดายสลายแรง
.
อีกกี่ก้าวคราวครั้งถึงฝั่งฝัน
อีกกี่วันเวียนลดวันหมดแสลง
อีกกี่ทางวางหมายไม่คลายแคลง
อีกกี่แสงส่องฟ้า เมฆลาเลือน๚ะ๛
บ้านริมโขง


วันเสาร์ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2560

เมฆบางกลุ่ม


เมฆบางกลุ่ม
.
เป็นดั่งเมฆเสกฝนจากบนฟ้า
สู่แหล่งหล้าโลมดินถวิลให้...
สรรพสัตว์ปัดโศกจนโลกวิไล
ช่างยิ่งใหญ่เยี่ยมยลเลิศล้นคุณ
.
จะสรรเสริญเยินยอก็ต่อเมื่อ
ไม่ล้นเหลือลามรวมจนท่วมหนุน
ไม่น้อยเกินเขินขาดอนาถบุญ
ความสมดุลดังหมายเป็นสายกลาง
.
คำพอเพียงเยี่ยงเมฆเกินเสกสม
รู้อารมณ์ร้อนรนใครหม่นหมาง
ความต้องการขานขับใครจับทาง
ล้วนแตกต่างตามจิตใครคิดครวญ
.
จึงอย่าหวังตั้งสุขให้รุกครอบ
เมฆไม่ตอบตามหมายเป็นสายสวน
จึงไหนหนอพอดีมากมีมวล
เมฆยังรวนร้อยเหตุอาเพศภัย
.
เมฆบางกลุ่มรุ่มร้อนสะท้อนผล
ติดลมบนบิดบุกเข้ารุกไล่
แรงกรรโชกโลกเบือนสะเทื้อนไกล
เกินที่ใครเคยพบไม่หลบทาง
.
คุณมากเห็นเป็นภัยก็ใหญ่หลวง
สิ่งทั้งปวงเปลี่ยนด้านก็ขานต่าง
ซีกขาวดำจำจบประกบวาง
ทุกสิ่งอย่างยังเวียน คือเปลี่ยนแปร๚ะ๛
☆☆☆
บ้านริมโขง


วันศุกร์ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2560

วันผ่อนคลาย


วันผ่อนคลาย
.
อยากผ่อนคลายคล้ายวางทุกอย่างปล่อย
อยากเหมือนลอยลมบนไม่วนหวน
อยากเหมือนฝันวันคืนวันชื่นชวน
อยากรัญจวนใจเจ้ายามเล้าโลม
.
อยากยากยิ่งสิ่งอยากล้วนยากนัก
ดังตกปลักเปียกตมเข้าห่มโหม
หวังให้ผ่านด่านทุกข์ที่ซุกโทรม
อยากลอยโคมความขมให้ลมพา
.
แต่ไฉนใจเรายังเขลาขลาด
ไยไม่อาจเอื้อมนั้นดั่งฝันหา
แต่ไฉนใจจมขื่นขมอุรา
ไยไม่ลาลืมหลังคอยนั่งจำ
.
อยากผ่อนคลายสายใจปล่อยไหลล่อง
หลุดบ่วงคล้องคาตนให้บ่นพร่ำ
อยากเหลือเพียงเสียงเดียวน้อมเหนี่ยวนำ
นั้นคือคำคนรักอ้อนทักทาย
.
อีกเนิ่นนานปานใดดวงใจเอ๋ย
ได้เฉลยลำนำสมคำหมาย
อีกกี่คืนฝืนขมระทมกาย
กว่าผ่อนคลายเคียงข้าง..กี่ปางบรรพ์
.
หายกังวลล้นยากคนมากห่วง
มีมากบ่วงเบียดบดกันลดหลั่น
คงหายพร้อมน้อมนำสิ้นรำพัน
เมื่อร่างนั้นนอนในกองไฟฟอน๚ะ๛
☆☆☆
บ้านริมโขง


ภาพสะท้อน


ภาพสะท้อน
.
เหตุสะท้อนย้อนย้ำใดกำหนด
มากบริบทบอกทางทุกอย่างเห็น
ตามต้นแบบแนบวางทุกอย่างเป็น
สื่อประเด็นด้วยผลได้ยลยิน
.
สะท้อนน้ำนำอิงทุกสิ่งสม
แสงกลืนกลมก่อกลกมลถวิล
น้ำยิ่งนิ่งยิ่งใสแน่ในจินต์
สะท้อนสิ้นเส้นสายไม่กลายกลืน
.
สะท้อนในใจเจ้าใจเรานั้น
มากจำนรรจ์นำจัดล้วนขัดขืน
อารมณ์รวนชวนยั้งหายั่งยืน
สะท้อนคืนคงสะท้อนกว่าก้อนกรรม
.
ใจไม่นิ่งสิ่งขมอารมณ์เร้า
ใจยิ่งเฝ้าใฝ่ฝืนดั่งกลืนกล้ำ
สะท้อนใดไหนจริงมากอิงอำ
สะท้อนคำคอยกลั้วสลัวราง
.
กระจกเงาเขาสะท้อนนำย้อนแสง
หาจำแลงล้ำผลให้คนหมาง
แต่มีใครไหนเชื่อไม่เจือจาง
มากยังอ้างเอนเอียงตามเสียงตน
.
สะท้อนใดไหนจริงไม่อิงแอบ
สะท้อนแถบทางภาพไม่อาบหม่น
สะท้อนตัวหัวใจหยุดไหววน
สะท้อนคนคงใฝ่ ให้พอเพียง๚ะ๛
☆☆☆
บ้านริมโขง


ชีวิตฉัน


ชีวิตฉัน
. .
อย่าโทษไทท้าวท่วย........... เทวา
อย่าโทษสถานภูผา........ย่านกว้าง
อย่าโทษหมู่วงศา.............มิตรญาติ
โทษแต่กรรมเองสร้าง..... ส่งให้เป็นเอง
..โคลงโลกนิติ..
.....
.
จะหาใครไหนมีที่ผ่องผุด
บริสุทธิ์ดุจแก้ววาวแววเปล่ง
จะหาใครไหนงามยามเลบง
ล้วนบุญเพรงพร้อมพร่ำชี้นำนาม
.
เหมือนเกิดพามาด้วยหน่วยชีวิต
ที่เกาะติดผลิตผลใครพ้นข้าม
ทั้งชั่วดีมีต่อก่อดีงาม
เกินใดห้ามคร้ามขัดถนัดลง
.
ต้องก้มหน้ามาน้อมพร้อมรับผล
ที่กรรมดลบนทางต่างประสงค์
ทั้งดีร้ายง่ายยากจากจำนง
ที่กรรมส่งคงค่าทั่วหน้ากัน
.
จะโทษใครไหนได้คล้ายถูกสาป
เป็นตราบาปตราบุญหนุนมหันต์
เป็นลิขิตจากฟ้าฝ่าโลกันตร์
ชีวิตฉัน..ก็ใช่ ในครรลอง.
……
บ้านริมโขง


รักเหมือนดวงตา


รักเหมือนดวงตา
.
หวานคิดหวานคำ หวานคอยเหนี่ยวนำ หวานจากพุ่มพวง
หวานจินต์หวานใจ หวานใดใหญ่หลวง หวานถึงเดือนดวง หวานล้นดลใจ
.
คอยเฝ้าคอยฝัน คอยฝากจำนรรจ์ คอยส่งสารไป
ห่วงนักห่วงนาง ห่วงทางยาวไกล ห่วงเหนืออื่นใด ห่วงดวงชีวา
.
หมายมั่นหมายมอง หมายด้วยใจปอง สร้างฝันสรรหา
ไม่ลืมไม่เลือน รักเหมือนดวงตา หมายใจไขว่คว้า เคียงครองสองเรา
.
รักเอยรักอ้อน คืนค่ำพร่ำวอน ด้วยหมายคลายเหงา
รักจังรักจริง รักหญิงนงเยาว์ รักไม่บรรเทา รักล้นคนคอย
.
ไกลกายไกลกัน ไม่แปรเปลี่ยนผัน แม้สูงสุดสอย
ก้าวต่อก้าวติด ชื่นชิดรูปรอย รักเหลือเนื้อกลอย หนึ่งน้องคนดี
.
จวบวันจวบวาย ฟ้าดินสิ้นสาย ไม่เลือนเคลื่อนหนี
ด้วยมั่นด้วยมนต์ รักล้นเหลือที่ รักพร้อมยอมพลี ชั่วกาลนิรันดร์๚ะ๛
☆ ☆ 
บ้านริมโขง



ความกังวลของคนเหงา


ความกังวลของคนเหงา
.
มีกังวลหม่นไหม้ ......ในทรวง ยิ่งเอย
มีตื่นคืนเลยลวง……..ห่วงห้อม
มีใครไม่คอยควง..........นางแม่
มีใฝ่ไกลลอยห้วง......ห่างห้องหมองตรม
.
เหงาจมใจจึ่งเฝ้า..........เผาตน
เหงาห่มขมคอยคน.......หนึ่งนั้น
เหงาเกินกว่าใดปน......เกินแบ่ง นางเอย
เหงาเมื่อมองสองกั้น.........ฝั่งฟ้าผาภู
.
จะมีใครไหนบ้างเป็นอย่างเรา
เม่อมองเลาแหล่งหล้าเกินกล้ากู่
จะมีไหมใครกันคอยขันคู
เหมือนขังอยู่เย็นเยือกกลางเปลือกกรง
.
เหงาเศร้าซมห่มอกนรกห้อม
ไฟรุมล้อมแรงใดเกินไสส่ง
มืดมัวใจใครเหมือนใจเจื่อนจง
สิ่งประสงค์สื่อสารก็พาลจาง
.
ให้อาวรณ์สะท้อนฝันในวันเก่า
วันสองเราเรียนรักฟูมฟักข้าง
แสนอาลัยวัยเหมือนมองเลือนราง
คืนคล้อยค้างคงคล้ำระกำกล
.
วารผ่านไปใจคอยยังหงอยเศร้า
ความรักเราริบหรี่ที่แห่งหน
มีคืนไหนใจยั้งไม่กังวล
หวังหนึ่งคนเคียงข้าง..ยังห่างไกล๚ะ๛
☆☆☆
บ้านริมโขง


รักบานยามขานรัก


รักบานยามขานรัก
.
ต้นผลิดอกออกช่อลออเอี่ยม
ยิ่งยลเยี่ยมยามบานสีหวานแหวว
ประดับงามตามพันธุ์ลดหลั่นแนว
แลเป็นแถวทางท่องยามมองเมียง
.
งามไสวในสวนรวมมวลหมู่
ช่วยเชิดชูชี้ชวนสำรวลเสียง
กลิ่นก็โปรยโชยชมอารมณ์เรียง
คราใกล้เคียงคอยคว้าเข้ามาชม
.
จะคว้าเช็ดเด็ดถึงหรือดึงเหนี่ยว
ล้วนต้องเกี่ยวกอดกำถ้อยคำสม
เขย่งยื้อถือหอมหรือดอมดม
สุขอารมณ์ร่วมใฝ่ต้องไขว่คว้า
.
รักที่งามหวามทรวงมากหวงแหน
ได้สอดแขนเคียงกันล้วนฟันฝ่า
มากแย่งยื้อถือมั่นด้วยสัญญา
ร้อยพรรณนาโน้มน้าวยามกล่าวคำ
.
เพราะสุขสมดมดอม ไ ม่ ยอมจาก
เพราะรักมาก ไ ม่ ลืมแสนดื่มด่ำ
เพราะคว้าไขว่ ไ ม่ ปล่อยให้ลอยลำ
เพราะน้อมนำหนึ่งนี้ ไ ม่ มีใคร
.
กลางวงแขนแสน รั ก งามพักตร์ผ่อง
อารมณ์ปองเปี่ยมรส รั ก สดใส
งามดอก รั ก ปักแน่นกลางแก่นใจ
แสนห่วงใยยิ่งนัก ยาม รั ก บาน๚ะ๛
☆☆☆
บ้านริมโขง


รักแม่


รักแม่
.
แม่คิดแม่เคย เชยชมสุขสมสนอง
แม่จับแม่จอง ปองปลูกกลัวลูกเหงา
แม่ห่วงแม่หา มาเทียบเปรียบเป็นเงา
แม่ฝากแม่เฝ้า เอาใจไม่ไกลตา
.
คือแม่คือหมาย ปลายทางแม่วางให้
ห่วงย้ำห่วงใย ไม่เคยละเลยหา
จากน้อยจากหนุ่ม กลุ่มก้อนคิดย้อนมา
แม่จ๊ะแม่จ๋า ค่าล้วนชวนกราบกราน
.
ทั้งสิ้นทั้งสาย หมายผูกให้ลูกรัก
เก่งแน่เก่งนัก หลักนำต่างพร่ำขาน
เคี่ยวคำเคี่ยวเข็ญ เป็นครูผู้ชำนาญ
สืบส่งสืบสาน การณ์ใดอย่างไหนดี
.
รักคนรักใคร ไหนเตือนเราเหมือนแม่
รักถึงรักแท้ แต่หวังให้ยังสุขี
รักมั่นรักหมาย หลายล้นจนชีพพลี
รักแน่รักนี้ มีแต่ “แม่” คนเดียว๚ะ๛
☆ ☆ 
.
กลบท อักขระโกศล

มีข้อบังคับให้คำต้นวรรค ๔ คำ เข้าสัมผัสอักษรกัน 
คือ คำที่ ๑ กับ คำที่ ๓ ซ้ำกัน
และคำที่ ๒ กับ คำที่ ๔ ร่วมสัมผัสอักษรกัน ส่วนสระเพี้ยน
.
บ้านริมโขง


กราบแม่


กราบแม่
.
ภาพของแม่แลไสวกลางใจลูก
รักยังผูกพร้อมเพรียงสำเนียงสอน
กระจ่างแจ้งแรงค่าด้วยอาทร
ทุกบทตอนต่างล้วนน่าชวนชม
.
ยามแม่อยู่ดูเฉยละเลยค่า
ทำเฉยชาเชือนแชมีแต่ขม
ฟังหูซ้ายย้ายโผล่ตัวโง่งม
ทะลักลมลิ่วลาหูขวาไป
.
สำนึกตนคนผิดมาคิดแก้
เมื่อวัน “แม่” มาสิ้นเจ็บจินต์ไฉน
หลั่งน้ำตามาล้างทุกข์กลางใจ
ย้อนคิดไปเปี่ยมโศกวิโยคครวญ
.
จึงทุกคำย้ำผุดแสนสุดวิเศษ
ต่างเป็นเหตุแห่งผลอยู่บนกระสวน
คำแม่สั่งยังครบยามทบทวน
ทุกคำล้วนล้นเลิศลูกเทิดทูน
.
สะท้อนภาพอาบใจไสวสว่าง
ภาพกระจ่างจับจินต์ไม่สิ้นสูญ
ภาพแม่งามยามชมสุขสมบูรณ์
เจิดจำรูญรายรอบเต็มกรอบอารมณ์
.
ก้มกราบแม่แผ่กุศลจากผลสร้าง
บุญนำทางทอแสงเติมแต่งสม
อุทิศส่วนควรค่านำพาภิรมย์
สู่แดนพรหมเพื่อแม่จริงแท้ศรัทธา๚ะ๛
☆ ☆ 
บ้านริมโขง


แม่


แม่
แม่อยู่ไหน..ใคร่พร่ำ รำพันหา
แม่ไม่มา หาใดไหนสุขี
แม่จากไกลไหวหวั่นสัมพันธ์มี
แม่ไม่หนีที่รู้..ยังอยู่คอย

แม่มีลูกผูกพันทุกวันห่วง
แม่คือบ่วงดวงใจไม่เคยปล่อย
แม่คือลมหายใจไร้ร่องรอย
แม่ร่วมร้อยสร้อยสวยร่ำรวยคุณ
.


สิ่งที่แม่เป็น


สิ่งที่แม่เป็น
.
ได้แต่โกรธโทษต่อคนหล่อหลอม
ได้แต่ยอมยิ้มรับไม่ปรับเปลี่ยน
ได้แต่มุ่งปรุงสู่การรู้เรียน
ได้แต่เพียรเพื่อลูกด้วยผูกพัน
.
จะดีร้ายปลายทางทุกอย่างพร้อม
ถูกผิดค้อมเคียงข้างไม่ห่างหัน
ลูกคือหนึ่งซึ้งค่าให้ฝ่าฟัน
ดีร้ายนั้นนางรับเป็นทรัพย์ตัว
.
แม่รับผลตนส่งอย่างองอาจ
ไม่ยอมพลาดผินหน้าแม้ฟ้าหลัว
ทนกล้ำกลืนฝืนทุกข์ไม่รุกรัว
เจ็บถึงขั้วข้างในคือใจนาง
.
เห็นลูกสุขปลุกฝันแม่หรรษา
แขนโอบคว้าเคียงใกล้มิไกลห่าง
กำลังใจให้ลูกไปถูกทาง
ให้ก้าวย่างอย่าท้อพะนอนวล
.
มองภาพงามยามนึกระลึกแม่
หวังแน่วแน่แผ่นำพ้นกำสรวล
อยากเห็นแต่แม่สุขไม่ทุกข์ทวน
มองแม่ชวนชื่นชมรื่นรมย์ใจ
.
ลูกจึงต้องมองย้อนสะท้อนค่า
เหงื่อ,น้ำตาตามแม่ที่แลไหล
ล้วนเพราะลูกผูกวางหรืออย่างไร
รักของใครควรคู่ ยั้งอยู่ยืน๚ะ๛
☆☆☆
บ้านริมโขง


แม่


แม่
.
ฟังสำเนียง เสียงใส ที่ใครเรียก
ได้สำเหนียก นุ่มละมุน คุ้นคุ้นหู
ฟังพริ้งเพราะ เสนาะนัก จักเชิดชู
เป็นคำครู คำว่า..แม่ ไม่แปรไป
.
มากซาบซึ้ง ตรึงล้น จากคนหนึ่ง
ที่ลึกซึ้ง สวยงาม ยามขานไข
คำเรียกแรก จากลูก ผูกดวงใจ
เรียก ”แม่” ไซร้ ปลาบปลื้ม ลืมไม่ลง
.
คนเป็นแม่ เหมือนเป็น เช่นทุกอย่าง
ไม่ละวาง หน้าที่ มีประสงค์
หวังให้ลูก เกิดมา พาดำรง
ต้องมั่นคง ตรงเสริม เติมทางดี
.
ทั้งห่วงหวง ดวงใจ ใครจะเท่า
ด้วยรักเจ้า เฝ้าปลุก ให้สุขศรี
เป็นเบ้าหลอม ให้งาม ยามพาที
อื่นใดมี “รักแท้” เท่าแม่เรา
.
กราบขอพร วอนฟ้า เทพารักษ์
โปรดประจักษ์ คำวอน อ้อนพงศ์เผ่า
คุ้มครองแม่ ยืนยง คงนานเนา
แผ่ร่มเงา ด้วยชื่น ให้ยืนนาน
.
จะส่งเสริม เติมมั่น กตัญญูต่อ
ไม่ทดท้อ ก่อสุข ทุกสถาน
ทำเพื่อ “แม่” ลูกนพ จบกราบกราน
มิ่งดวงมาน คือแม่ แท้เทพไท.
.
บ้านริมโขง


ไม่เคย



ไ ม่ เ ค ย
.
ไม่ มีใครไหนรู้ว่าอยู่ยาก

ไม่ ลำบากบางบทกำสรดเฉือน
ไม่ อดทนบนอุราทุกข์มาเยือน
ไม่ ลืมเลือนเรื่องระทมที่ถมทรวง
.
เคย บ้างไหมใครขมทุกข์ถมทับ
เคย จุกจับเจียนตายแทบวายป่วง
เคย ไหมเศร้าเผาจินต์จนสิ้นดวง
เคย คิดห่วงหาใครบ้างไหมคุณ..
.


โลกหม่นเมื่อคนหมอง


โลกหม่นเมื่อคนหมอง
.
โลกเราอยู่ดูดียามมีสุข
รื่นเริงรุกร้อยเรื่องไม่เคืองเข็ญ
แสนโสภาคราเคลื่อนคืนเดือนเพ็ญ
แผ่วลมเย็นเยือนหล้าคืนฟ้างาม
.
โลกวิไลใฝ่ปองที่ผ่องผุด
ปรับเปลี่ยนชุดชี้ชมอารมณ์หวาม
ผู้อาศัยวัยฝันเหหันตาม
แลอร่ามรุ่งอรุณล้างขุ่นมัว
.
โลกของเราเขาใครก็ไม่ต่าง
อยู่เคียงข้างคือรักสลักขั้ว
มุ่งหมายมีสีสันหาพลั่นกลัว
โลกของตัวต้องเห็นดั่งเพ็ญเดือน
.
โลกยิ่งใหญ่ในวิถีของชีวิต
เป็นเข็มทิศทางจับที่ขับเคลื่อน
ให้เดินตามยามอยู่ไม่รู้เลือน
โลกเสมือนมากวางที่กลางใจ
.
คือโลกสร้างต่างฝันอนันต์ผล
โลกของตนต้องงามอร่ามไสว
ต้องเลอเลิศเถิดแถนทั้งแดนไตร
คือโลกใครครั้งหนึ่งที่ซึ้งทรวง
.
ยามคนหมองมองโลกเหมือนโศกด้วย
ไร้แสงสวยสิ้นสีฤดีหน่วง
ยามขาดรักชักใยขาดใครควง
โลกทั้งดวงดับสวรรค์นิรันดร๚ะ๛
☆☆☆
บ้านริมโขง


ฝนเจ้ากรรมทำระทม


ฝนเจ้ากรรมทำระทม
.
ทุ่งหน้าฝนล้นรื่นผืนนาเขียว
สุดตาเหลียวเหนี่ยวนำฉ่ำเสมือน..
อารมณ์ล่องท่องเทียวเลี้ยวยลเยือน
ทักทายเพื่อนเคลื่อนไหวยามไล้ลม
.
พลิ้วลิ่วลู่ดูงามยามแสงฉาย
ใบเขียวปรายกรายกรวอนสุขสม
ทุ่งยามนี้มีฝันอันรื่นรมย์
รอคนชมดมดอมกลิ่นหอมฟาง
.
อีกไม่นานลานทองเต็มท้องทุ่ง
ดุจดั่งปรุงฟุ้งรสสดกระจ่าง
ได้อิ่มเอมเปรมจิตไม่คิดวาง
ทุ่งนาสร้างทางสวรรค์อันรื่นรมย์
.
หาสุขแสนแดนใดไหนจะเท่า
สุขบ้านเราเข้าถึงซึ่งสุขสม
ธรรมชาติวาดวางอย่างอุดม
ดั่งพรพรหมห่มหาด้วยอาทร
.
อยากให้เป็นเช่นนั้นทุกวันชื่น
จะหลับตื่นคืนคล้อยสุขคอยป้อน
ไม่อยากเห็นเป็นอื่นตื่นร้าวรอน
มาบั่นทอนย้อนย้ำมาทำลาย
.
แต่ทุ่งนาหน้านี่ที่วาดหวัง
กลับเป็นดั่งทุ่งน้ำระกำหลาย
หวังมองข้าวใบเขียวกลับเดียวดาย
ฝนเป็นสายคล้ายกระหน่ำให้ช้ำตรม

บ้านริมโขง


ฝนเอ๋ยฝนพรำ


ฝนเอ๋ยฝนพรำ
คืนมืดดำดึกดื่นต้องตื่นเสียง
ฟ้าลั่นร้องพ้องฝนที่หล่นเรียง
ขาดคนเคียงคอยสะท้านดังบ้านไกว
กอดผ้าห่มดมสอดดุจยอดรัก
เหงายิ่งนักเหนี่ยวนำทุกคำไข
ลมยิ่งแกล้งแฝงฝนอึงอนใจ
อยากกอดใครคลายคลั่งสักครั้งเอย๚ะ๛

บ้านริมโขง


เสนอหน้ามาประจบ


เสนอหน้ามาประจบ
.
ตั้งขบวนควรค่า “แสนยานุภาพ”
เข้าขนาบแนบไว้ดั่งใจประสงค์
อารักขาหน้าหันอย่างมั่นคง
พิทักษ์องค์อ้ายท้าวยามก้าวเดิน
.
ช่างชะเลียเสียจริงทุกสิ่งเห็น
เมืองร้อนเย็นย่ำยกระหกระเหิน
น้ำหลากล้นคนช้ำยังทำเมิน
รอสรรเสริญแซ่ซ้องฉลองนาย
.
ไม่น่าดูรู้เคืองคนเมืองสกล
ไม่น่ายลยอมยันให้มันหาย
ไม่น่าเห็นเป็นคนหมองหม่นกาย
ไม่น่าตายตอนจบบัดซบจริง
.
เป็น ป ภ. หนออาย ว่าชายชาติ
พวกเขลาขลาดคุยฟุ้งไม่สุงสิง
ไม่สมชื่อลือค่าพวกหน้าลิง
มันแย่ยิ่งยามพบประจบใคร
.

เล่นมนต์รัก


เล่นมนต์รัก
.
บอกรักหวานผ่านกลอนอักษรสวย
ร้อยเรียงด้วยดวงจิตพิสมัย
บรรยายคำพร่ำหาแสนอาลัย
เปิดปัจจัยจากถวิลให้ยินยล
.
บทกวีนี้ร่ำรำพันเพ้อ
ดั่งละเมอเมาถ้อยกว่าร้อยหน
บทกวีนี้เล่าคล้ายเป่ามนต์
เสกให้ตนตามนางไม่ห่างกาย
.
ด้วยหลงมนต์ตนเองมาเร่งเร้า
มนต์ที่เป่าเปลี่ยนทางที่วางหมาย
กลับย้อนคืนตื่นเต้นไม่เว้นวาย
มนต์เป็นสายสื่อสั่งให้ฟังนวล
.
ให้รักเขา เขาสั่งต้องนั่งน้อม
ให้เพียบพร้อมเพื่อนางอย่าห่างหวน
ให้ซื่อตรงคงเคยชื่นเชยชวน
ให้ครบถ้วนถ้อยทีวจีงาม
.
มนต์ที่เสกเลขล้วนคงทวนทบ
ถึงบทจบจึงป้อนมาย้อนถาม
เสกให้รักปักใจกลับไหลลาม
ตรงกันข้ามคือเรารักเขาจัง
.
เล่นมนตราพารวนรักสวนกลับ
เลยเล่นรับร้อยเรียงด้วยเสียงสั่ง
ร่ายอักษรกลอนกวินให้ยินฟัง
เอ่ยเสียงดังด้วยว่า..เธอน่ารัก๚ะ๛
บ้านริมโขง