หน้าแรก

วันศุกร์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

คำเดียวที่เกี่ยวใจ


คำเดียวที่เกี่ยวใจ
(กาพย์ยานี ๑๑)
.
คำเดียวที่เกี่ยวมั่น
แล้วผูกพันวันเฉลย
คำเดียวที่เกี่ยวเกย
เลยต่อผลจนวันตาย
.
คำเดียวที่เกี่ยวใจ
จนหวั่นไหวในความหมาย
คำเดียวไม่เคลื่อนคลาย
สายสวาทไม่อาจจาง
.
คำเดียวแสนเหนียวแน่น
เกินกว่าแฟนแสนกระจ่าง
คำเดียวเกี่ยวไม่วาง
ห่างต้องเศร้าเหงาในทรวง
.
คำเดียวต้องเหลียวหา
ทุกเวลาพาแหนหวง
คำเดียวที่เกี่ยวดวง
พ่วงอาวรณ์ร้อนดวงแด
.
คำเดียวเกี่ยวชีวิต
เกินเบือนบิดไร้ฤทธิ์แก้
จำยอมพร้อมดูแล
แพ้อาการปานถูกกลืน
.
คำเดียวสุดเสียวสม
ยอมเพาะบ่มจนชมชื่น
คำขาดไม่อาจคืน
ยืนรับกรรมเพราะคำ “เมีย”
.


คุยเฟื่องเรื่องของเรา



คุยเฟื่องเรื่องของเรา
.
ความพอดีที่พร้อมน้อมสนอง
ที่หมายปองของคนบนเกณฑ์ไหน
ยึดหลักการขานค่าว่าปานใด
ตามอย่างใครให้เห็นเป็นบทนำ..
.
ตามนักปราชญ์ศาสตร์ศิลป์ในถิ่นนี้
ก็ล้วนมีชี้มากหลากถลำ
เกียรติบัตรจัดอ้างเป็นทางทำ
ยังยิ่งต่ำช้ำใจในสายตา
.
ยุติธรรมนำคู่สู่ยุติ
ไม่แตกปริริแรกเห็นแตกค่า
ผู้ชี้ทางวางคนล้นวิชา
แต่ระอาสาไถยเหมือนไร้มนต์
.
สิ้นมาตรฐานขานค่าศรัทธาหาย
แสนเสียดายหลายหมู่ดูสับสน
มากเรียนรู้สู่เสริมเติมตัวตน
ยังเวียนวนจนอนาถขาดพอดี
.
มัชฌิมาปฏิปทา..นำพาผล
ลุล่วงพ้นบนสถานธารวิถี
ทางสายกลางต่างตรึกนึกวิธี
พร่ำพาทีมีใครใส่ใจจริง
.
ต่างเรียนมากฝากฝังเพียงตั้งต่อ
รู้วางท่อรอรับกับทุกสิ่ง
เพื่อสูบทรัพย์รับผลแล้วปล้นชิง
ใช้กลอกกลิ้งวิ่งเต้น..เล่นวิชา
.
อยากคุยเฟื่องเมืองพอขอเล่าขาน
คงประมาณด้านนิยายหดหายค่า
ในภาพฝันนั้นเพริศเลิศเทวา
ทั่วโลกหล้าหาไหน..เท่าไทยแลนด์
.



๑ สิงหาคม ๒๕๕๘

อสุภจะมาเยือน


อสุภจะมาเยือน
.
ช่างงามเลิศเฉิดฉมดุจพรหมสร้าง
ช่างสะอางนางฟ้าวาจาร่ำ
ช่างเหนือคนบนดินรินถ้อยคำ
ช่างเลิศล้ำนำหน้าธิดาอินทร์
.
คือคารมย์ชมชื่นที่ยื่นให้
หากว่าใครไหนพิศจิตถวิล
คือต่างปองร้องขอต่อยุพิน
หวังสมสิ้นกลิ่นเจ้าว่าเร้าใจ
.
ล้วนต่างมองต้องตาเอ่ยว่าสวย
จนระทวยด้วยนามงามไสว
ชะงักงันตันจิตพิศวิไล
หามีใครไหนเลยเคยคำนึง..
.
..อนิจจัง..สังขารไม่นานดอก
ร่างที่พอกนอกในที่ใฝ่ถึง
หามีใครไหนรั้งยังเต่งตึง
หาใครดึงทึ้งร่างอย่างวันวาน
.
ต้องโรยราล่าถอยรอยเหี่ยวแห้ง
ตีนกาแย่ง แต่งหน้าพาสงสาร
กลางทรวงอกหมกไหม้ดุจไฟราน
ประดุจปานผ่านนรกเอาครกตำ
.
อสุภ จะทรามจนหวามไหว
อยู่ที่ใจในจิตพินิจพร่ำ
อยู่ที่ผลตนแต่งแรงน้อมนำ
อยู่ที่กรรมย้ำลิขิต..อนิจจัง..
.
อสุภ = (อสุบ,อสุบพะ) ว.ไม่งาม,ไม่สวย,ไม่ดี
น.เรียกซากศพว่า อสุภ, อสภ, หรือ อาสภ



อย่าฝ่าคลื่นให้คืนกลับ


อย่าฝ่าคลื่นให้คืนกลับ
.
รู้เป็นคลื่นยืนต้านสะท้านไหว
ต้านทำไมให้ล้าพาแดดิ้น
รู้คลื่นแรงแล้งรสหมดยลยิน
ปล่อยกระแทกแหลกสิ้นกับหินกอง
.
เอาตัวต้านปานใดให้คลื่นนิ่ง
เมื่อมีสิ่งยิ่งเร้าเข้าสนอง
เอาแรงตนคนกล้าไหนมาลอง
กี่ทำนองต้องหามาประจัญ
.
ให้ถอยห่างทางชี้อาจมีบ้าง
เลือกสายกลางวางต่อพอบากบั่น
ถนอมแรงแบ่งไว้ไม่จาบัล
เดินตามฝันวันใหม่ไกลคลื่นแรง
.
อาจต้องยอมอ้อมบ้างทางข้างหน้า
อาจจะล้าพาท้อต่อแสวง
อาจแปลกใหม่ในถนนจนเปลี่ยนแปลง
อาจไร้แสงแต่งแต้มแซมมารยา
.
แต่ยังดีมีฝันวันกระจ่าง
มองเห็นทางสร้างสรรค์วันห่วงหา
แต่ยังดีที่ใจไม่เฉื่อยชา
เกิดศรัทธาพาตนพ้นเวรกรรม
.
อย่ากลับไปให้คลื่นนั้นหื่นเห่
อย่าไปเฮเลหลังดั่งถลำ
อย่าอาวรณ์ก่อนเก่าเฝ้าจดจำ
อย่าโต้คลื่นยืนร่ำ..พร่ำเสียดาย
.




วันพฤหัสบดีที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

บทสักวา


สักวาหน้าฝนบนถวิล......ฟ้าหลั่งรินดินฉ่ำลำธารสวย
พืชพันธ์งามตามวิถีที่อำนวย.....คนร่ำรวยด้วยกุศลบนศรัทธา
กราบองค์ศาสน์ปาดเขลาเฝ้าขัดถู.....ชวนชื่นชูสู่สร้างทางปรารถนา
ตัดกิเลสเหตุเฉาเผาโลภา......มุ่งรักษาพาใจให้สุขเอยฯ


วันพุธที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

เข้าพรรษากิริยาวัตร



เข้าพรรษากิริยาวัตร
.
วรรษาเยือนเลื่อนถึงหนึ่งบุญสร้าง
เติมต่อทางวางทานสานกุศล
เข้าพรรษาพาพร้อมน้อมใจดล
ถวายสิ่งมิ่งมงคล ยลตามกาล
.
เทียนพรรษามาพร้อมน้อมถวาย
สาธยายเหตุผลกุศลสาร
เพื่อส่องแสงแจ้งจะพระประธาน
อุโบสถสถานตระการตา
.
อานิสงส์ส่งถึงหนึ่งสดใส
ดั่งแสงไฟไร้หมอง มองปัญหา
สว่างตรงส่งจิตติดปัญญา
สดับผลล้นค่าหาใดปาน
.
อีกมากมายหลายส่วนล้วนนำหนุน
ก่อเกิดคุณบุญนำค้ำสถาน
สามเดือนไม่ไคลคลาพรรษากาล
แสนเบิกบานด้านดีมีศรัทธา
.
อีกตัวเราเข้าถึงซึ่งอานิสงส์
วางจิตลงตรงคำนำผลา
อธิษฐานผลาญชั่วตัวโรคา
ละเลิกค่าลาทิ้งสิ่งมัวเมา
.
มีศีลธรรมนำใจให้ผ่องแผ้ว
ละเลิกแล้วแนวกรรมทำให้เฉา
สามเดือนกาลวารวัตรให้ขัดเกลา
น้อมรับเอาเฝ้าแสวงแห่งแสงธรรม
.



วันอังคารที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

วันอาสาฬหบูชา


วันอาสาฬหบูชา
.
เดือนแปดขึ้น สิบห้าค่ำ นำผดุง
วันเรืองรุ่ง แห่งศาสน์ พุทธศาสนา
เรียกว่าวัน “อาสาฬหบูชา”
นับเนื่องมา..สี่สิบห้าปี..ก่อนพุทธกาล
.
วันสำคัญ ก่อเกิด สิ่งเลิศลักษณ์
สี่ประจักษ์ ใต้หล้า โลกาขาน
ทั่วทิศา บรรเจิดเกิด ปรากฏการ
รวมดวงมาน สานสู่ ในหมู่ชน
.
หนึ่ง..ประกาศ ศาสนา ประชารู้
ซึ่งคงอยู่ คือ “พุทธ” ผู้หยุดหม่น
แสนเลิศล้ำ คำสอน บวรตน
งามเลิศล้น บนวิถี มีคุณธรรม
.
สอง..เป็นวัน องค์ศาสน์ ประกาศหลัก
“ธัมมจักฯ” หลักสอน สังวรพร่ำ
ต่อสาวก ปกเกศ รู้เลศนำ
ด้วยเลิศล้ำ ความจริง ยิ่งสัจจา
.
สาม..ตามเห็น เด่นครบ ด้วยนบน้อม
ดำริพร้อม เกิด “สงฆ์” ส่งศาสนา
“พระอัญญาโกณฑัญญะ” ละกรรมมา
รับ “เอหิภิกขุ อุปสัมปทา” จากพระองค์
.
สี่..เกิดก่อ “องค์ไตรรัตน์” ประภัสสร
นามขจร เด่นไกล ใฝ่ประสงค์
คือ "พุทธะ ธรรมมะ สังฆะ" คง
ยั้งยืนยง ตรงมั่น ตราบวันนี้
.
จึงผองพุทธ บริษัท ผู้ศรัทธา
ได้หันมา น้อมนำ ค้ำศักดิ์ศรี
ร่วมกราบไหว้ ระลึกคุณ บุญทวี
ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ตอบพุทธคุณ
.



๒๘ กรกฎาคม ๒๕๕๘

วันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ถึงกาลให้ขานลา


ถึงกาลให้ขานลา
.
วัฏฏะปละปล่อยผ่าน....หมุนตามกาลประมาณนั้น
หาใดไหนสำคัญ.....มั่นไม่ม้วยด้วยกลกรรม
.
ใบเก่าดูแก่กรอบ.....ไม่ควรครอบเป็นกรอบกล้ำ
ใบเก่าดูด่างดำ......ฉ่ำชื่นฉมอารมณ์ใคร
.
รู้ตนคนรู้ตัว........รู้จนทั่วกลัวไฉน
อย่าติดคิดยึดใบ......ให้รู้กาลรู้ผ่านพอ
.
แต่หลากมากกิเลส......ให้สมเพชเหตุที่ก่อ
ไม่ล้างห่างกิ่งกอ.......ขอห้อยโหนโยนยางใย
.
นี่คนล้นความอยาก......พวกมักมากเหมือนหยากไย่
ห้อยคาล้าลมไกว........ให้รำคาญสันดานคน
.
หากรู้ดูใบหลุด.........แสนผ่องผุดหยุดหมองหม่น
ถึงกาลผสานตน..........หล่นลงวางต่างชื่นชม
.



วันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

คือละครที่ย้อนเชิง


คือละครที่ย้อนเชิง
.
โลกความจริงยิ่งเห็นเด่นในถ้อย
เป็นริ้วรอยเลื่อมสลับเหมือนสับสน
ตามแต่ใครมองซึ้งตรึงกมล
ละครคนล้นสะท้อนยามย้อนดู
.
เมื่อโลกนี้ที่เห็นเป็นเช่นนั้น
ไม่อาจปันบาทบทสดสวยหรู
ไม่อาจเลือกเปลือกในไว้ชื่นชู
ต่างจมอยู่กับกรรมที่นำทาง
.
จึงเหมือนเป็นเช่นละครที่ย้อนยอก
ตัวเราดอกเล่นรู้งูกินหาง
เดินตามเขาเราเล่าหลงเงาจาง
จนเคว้งคว้างบางครั้งนั่งระทม
.
คนดูเราต่างหากที่ฝากบอก
แสดงออกให้เห็นเด่นเกินสม
ตีบทแตกแยกจิตคิดคารม
ช่างเหมาะสมตัวเอกเฉกละคร
.
อันโลกคือเวทีที่วางตั้ง
หลากประดังฉากหลังตั้งสลอน
มนุษย์คือผู้แสดงแฝงอาภรณ์
เสริมบทตอนตามสมอารมณ์ตน
.
จึงตัวเรา นี่เองละเลงบท
จึงตัวเรา แสดงสดเกินปลดหม่น
ไม่อาจล้าง บทเศร้าเคล้ากมล
ไม่อาจล้าง บางคนพ้นกรรมเวร.
.